วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอเตือนขบวนการต้มตุ๋นหวยล็อค

ดีเอสไอ แฉขบวนการต้มตุ๋นหวยล็อค เตือนมอเตอร์ไซค์รับจ้างอย่าเห็นแก่ค่าจ้างเล็กน้อยอาจต้องถูกจับกุม

พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผอ.ส่วนสำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีที่มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ ตราสัญลักษณ์และชื่อผู้บริหารของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยอ้างว่าจะทำการล๊อคเลขรางวัลออกสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้าข่ายหลอกลวงประชาชนว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวไปแล้วรวม 4 ราย ประกอบด้วย นายธนวัฒน์ นางธัญพร และผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย ในส่วนของนางธัญพร ได้รับการติดต่อจากญาติว่าจะเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งดีเอสไอจะแจ้งข้อกล่าวหารวม 4 ข้อ คือ ฉ้อโกงประชาชน การใช้เอกสารปลอม การใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น และการใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป้าหมายกลุ่มนี้นิยมใช้กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นผู้เปิดบัญชีเพราะติดต่อง่าย เครือข่ายกว้างขวาง โดยจะจ้างในราคา 2,000 ต่อ 1 บัญชี ล่าสุดมีผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีเข้ามาให้ข้อมูลกับดีเอสไอแล้วนับ 10 ราย ซึ่งเบื้องต้นดีเอสไอจะกันไว้เป็นพยาน เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้ไม่ล่วงรู้เจตนาของผู้กระทำผิดและไม่ได้มีส่วนแบ่งจากเงินที่ได้มาจากการทำผิด

ขณะที่นายสมพงษ์ ปานทอง อายุ 42 ปี อาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง วินหน้าวัดหลักสี่ เดินทางเข้าให้ปากคำต่อพ.ต.ท.ปกรณ์ ว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้เสียหายซึ่งถูกแก๊งของนายธนวัฒน์ พุกทอง และนางธัญพร พุกทอง สองสามีภรรยาที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวทำการหลอกลวงให้เปิดไปเป็นนอมินี รับจ้างเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อรองรับการโอนเงินจากเหยื่อที่หลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกเพื่อแลกกับเลขรางวัลสลาก ซึ่งตนได้รับค่าจ้างเปิดบัญชีเพียง 500 บาท และเหล้า 1 ขวด แลกเปลี่ยนกับการเปิดบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนราชดำเนิน ตั้งแต่ปี 2552 ทั้งนี้ตนยอมเปิดบัญชีให้เพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักกันและเป็นเพื่อนร่วมวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างด้วยกัน หลังจากเปิดบัญชีให้แล้วตนก็ไม่เคยพบหน้าอีกเลย กระทั่งมีข่าวว่าดีเอสไอและสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลสามารถทลายแก๊งดังกล่าวได้ ตนจึงเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจและเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อใคร หากมีผู้มาขอให้เปิดบัญชีเงินฝากขอให้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกนำไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนเม.ย.2554 ตนเคยถูกตำรวจภูธร ภาค 3 และ สภ.สกลนคร เข้าจับกุมตัวจากที่วินมอเตอร์ไซด์รับจ้างหน้าวัดหลักสี่ พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน สืบเนื่องจากกรณีที่ตนถูกนำชื่อไปแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาบอร์ดสำนักงานสลากกินแบ่งฯ อีกทั้งยังพบว่าบัญชีที่ตนเคยไปเปิดไว้นั้นมีเงินหมุนเวียนกว่า 2 ล้าน 4 แสนบาท ทั้งที่ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้ตนต้องไปกู้หนี้เงินมาใช้เป็นทุนในการต่อสู้คดีเป็นเงินนับแสนบาท