วิปฝ่ายค้านระดม 77 ขุนพลชำแหละ งบประมาณปี57 เน้นปมทุจริตล้มเหลว ใช้อำนาจมิชอบ เรียกร้องเพื่อไทย ประท้วงอย่างสร้างสรรค์
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านที่มีพิจารณาเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 (พ.ร.บ.งบฯ57) ว่าวิปฝ่ายค้านขอเรียก ร่างพ.ร.บ.งบฯ 57 ว่าเป็นฉบับซุกหนี้ตบตาประชาชน เพราะนอกจากวงเงินที่เสนอขอจัดสรร จำนว 2.5 แสนล้านบาทแล้ว ยังพบการซุกหนี้สาธารณะ นอกงบประมาณ อยู่อีก 6 ล้านล้านบาท ใน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรับจำนำข้าว, พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำ และ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จำนวน 2 ล้านล้านบาท ดังนั้นวิปฝ่ายค้านได้ตั้งประเด็นการอภิปรายไว้ 3 หัวข้อ ได้แก่ 1.ความล้มเหลวของการใช้จ่ายงบประมาณ, 2.การทุจริต และ 3.การใช้งบประมาณที่นำไปสู่อำนาจโดยมิชอบ ทั้งนี้จะไม่มีการพุ่งเป้าอภิปรายกระทรวงใดเป็นพิเศษ โดยล่าสุด มี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ แสดงเจตจำนงจะอภิปรายแล้ว 77 คน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย , พรรครักประเทศไทยและ พรรครักษ์สันติ นั้นยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค ทั้งนี้ได้มีการจัดสรรเวลาให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 12 ชั่วโมง พรรคภูมิใจไทย จำนวน 2 ชั่วโมง และอีก 1 ชั่วโมง เป็นของพรรครักประเทศและพรรครักษ์สันติ
"ในการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ57 ระหว่างวันที่ 29-31 พ.ค. วิปฝ่ายค้านกังวลว่ารัฐบาลจะไม่รักษาคำพูดเหมือนอย่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย หากจะประท้วงการอภิปรายขอให้ประท้วงอย่างสร้างสรรค์"นายจุรินทร์ กล่าว
ขณะที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรรมการวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยเพิ่มเติมว่าที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า ที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง, สำนักงบประมาณ สำนักนายกฯ มาชี้แจงถึงประเด็นข้อสงสัย ทั้งนี้ตนมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเสนอของบประมาณ ใน ร่างพ.ร.บ.งบฯ57 ในส่วนของกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ที่เสนอของบประมาณเพื่อใช้การจ่ายคืนประชาชนในโครงการรถคันแรก โดยในร่าง พ.ร.บ.งบฯ57 เสนอขอจัดสรร 4 หมื่นล้านบาท และตั้งของบฯ ในปีงบประมาณ 58 อีก จำนวน 6,812 ล้านบาท ทำให้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถทำนโยบาย ที่ประกาศว่าจะคืนเงินให้ประชาชนภายใน 1 ปีให้เป็นจริงได้ อีกทั้งการเสนอของบฯ ดังกล่าว เป็นการขาดวินัยการคลังเป็นอย่างยิ่ง
"ขณะนี้มีผู้ที่เข้าโครงการรถคันแรก มีจำนวน 1.2 ล้านคัน คิดเป็นเงินที่ต้องคืนประชาชน จำนวน 9.2 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมารัฐบาลได้เตรียมนำเงินคงคลัง จำนวน 3.8 หมื่นล้านบาทจ่ายคืนประชาชน" นายบุญยอด กล่าว
------
อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ - รีไรท์





