วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ. แก้รธน.ม.190 เคาะร่างฯ ผ่านแล้ว

กมธ. แก้ไข ม.190 เคาะร่างฯได้ข้อยุติตามเสียงข้างมากแล้ว เหลือกำหนดประเภทหนังสือสัญญานำเข้าสภาพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 โดยมี นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร เป็นประธาน กมธ.เพื่อพิจารณาแก้ไขรายละเอียดถ้อยคำในร่างมาตรา 190 โดยที่ประชุม กมธ. ได้ข้อยุติในการแก้ไขตามเสียงข้างมากแล้ว มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดกรอบเบื้องต้นของหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องนำเข้าสู่ความเห็นชอบ หรือรับทราบของรัฐสภา ซึ่งมีความชัดเจนกว่าบทบัญญัติเดิมในรัฐธรรมนูญปี 2550 อย่างมาก รวมทั้งมีข้อกำหนดกรอบในการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องภายใน 1 ปี ทั้งนี้ สาระของกฎหมายลูกเกี่ยวข้องกับการเยียวยาประชาชนหรือผู้ประกอบการ ผู้ได้รับผลกระทบ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งส่วนนี้อาจหมายถึงการแก้เนื้อหาสาระในกฎหมายข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่มีอยู่แล้วก็ได้

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นว่า หนังสือสัญญา 3 ประเภทที่ต้องเข้าสู่รัฐสภาประกอบด้วย 1.สัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต 2.สัญญาที่ผูกพันให้ต้องออกกฎหมายเพื่อเป็นไปตามหนังสือสัญญา และ 3.สัญญาที่เกี่ยวกับการเปิดเสรีทางการค้า หรือ FTA เท่านั้น ขณะที่ กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้โต้แย้งในเรื่องหนังสือสัญญาที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงาน ที่ควรนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาด้วย จนประเด็นนี้กลายเป็นข้อถกเถียง แต่เสียงข้างมากของที่ประชุม กมธ. ได้ยืนยันว่า ไม่ให้บัญญัติไว้ เหลือเพียง กมธ. เสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นไว้ เพื่อชี้ขาดในที่ประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับการพิจารณาในนัดสุดท้ายก่อนมีข้อยุตินั้น ที่ประชุมโดยกรรมธิการฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้ถกเถียงกันมากถึงบทเฉพาะกาล ช่วงที่ยังไม่มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดย กมธ.ฝ่ายค้านเสนอให้เพิ่มถ้อยคำที่กำหนดให้รัฐบาลต้องมีส่วนรับผิดชอบ และรายงานมาตรการการเยียวยาต่อรัฐสภา โดยนายอภิชาต ศักดิเศรษฐ กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ เสนอระบุให้ฝ่ายบริหารพิจารณาเยียวยาอย่างรวดเร็ว เหมาะสมและเป็นธรรม แต่ กมธ.ฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย โดยอ้างว่าการระบุไว้โดยรายละเอียดการปฏิบัติที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้รัฐบาลเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้อง

ขณะที่นายเกียรติ สิทธิอมร กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมุ่งให้ความเป็นห่วงประชาชน มากกว่าห่วงภาระผูกพันว่า รัฐบาลจะถูกฟ้องหรือไม่ โดย กมธ.ต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้ปฏิบัติได้ ไม่ใช่เลือกปฏิบัติได้

ด้านนายพีรพันธ์ พาลุสุข กรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาระการเยียวยาเป็นของครม. อยู่แล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหา แต่การเขียนไม่ชัด จะเสี่ยงให้ ครม.ถูกฟ้อง ซึ่งเราสามารถช่วยกันเขียนกฎหมายลูกให้เกิดความชัดเจนก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ ครม. ถูกฟ้องร่ำไป ภายหลังการได้ข้อยุติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เรียบร้อยแล้ว นายกฤชในฐานะประธาน ได้กำหนดนัดให้สมาชิกรัฐสภาผู้สงวนคำแปรญัตติ ซึ่งมีทั้งสิ้น 178 คน 173 คำแปรญัตติมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการระหว่างวันที่ 29 - 31 พ.ค.นี้