นักวิชาการระบุร่างพ.ร.บ.ปรองดองเเห่งชาติฉบับ"เฉลิม"สุดโต่ง เพระจะล้างทุกอย่างเเบบไม่มีข้อจำกัด
นายปกรณ์ ปรียากร นักวิชาการคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า กล่าวในรายการเจาะข่าวเช้านี้ เอฟเอ็ม101.5เมกะเฮริทซ์ กรณีการกล่าวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อช่วงค่ำวันที่19พ.ค.ในการชุมนุมของนปช.ที่เเยกราชประสงค์ที่โจมตีกลุุ่มไทยสปริง-ผู้พิพากษา-พรรคประชาธิปัตย์ว่า 3ปีจากการชุมนุมที่สังคมได้เสียความสมานฉันท์ที่เรียกกลับมาได้ยากเพราะเเต่ละกลุ่มใช้กำลังชุมนุมโดยไม่ฟังข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย การชุมนุมนอกสภานั้นฟังความข้างเดียว กล่าวหากันด้วยข้อมูลที่ฝ่ายตัวเองได้เปรียบ การพูดบนเวทีนี้เเตกต่างจากการหาเสียงเเละการอภิปรายในรัฐสภา เพราะต้องใช้จิตวิทยากลุ่มกับผู้ชุมนุมที่เป็นฝ่ายเดียวกันโดยเชื่อว่าข้อมูลของฝ่ายตัวเองถูกต้อง ฝ่ายตรงข้ามไม่มีสิทธิขึ้นพูดเเละข้อมูลเเตกต่างกับฝ่ายตัวเองได้รับ วิธีใช้การชุมนุมเเละใช้สิ่งที่ตัวเองพูดกำหนดสิทศงประเทศไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะประชาธิปไตยต้องฟังความเห็นเเตกต่าง เเต่วิธีพูดของพ.ต.ท.ทักษิณวานนี้รุนเเรงเเละไม่ทำให้คนในกลุ่มรับฟังความเห็นเเตกต่างเลย หากวานนี้พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีการสไกป์การชุมนุมจะกร่อยทันที เเละรู้เเล้วว่าบทพูดที่มองโกเลียของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้นเป็นบทพูดของใคร
นายปกรณ์ กล่าวว่าเคารพความเห็นของผู้ชุมนุมที่เสนอเเนวคิด เเต่มันเป็นเวทีความเห็นฝ่ายเดียว เเละเป็นไปไม่ได้ที่จะให้อีกกลุ่มขึ้นมาพูดบนเวทีของฝ่ายตัวเองเเละไม่ควรถือสาประชาธิปไตยนั้นควรมีความเห็นหลากหลายย้ำว่าประเทศนี้ไม่ใช่เวทีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เเละไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการชุมนุม บางเรื่องของบางฝ่ายถูก เเต่หลายเรื่องในการชุมนุมของสองฝ่ายไม่ถูก การกล่าวหาในหลายเรื่องบนเวทีนั้น ผู้ที่รับฟังควรร่วมกันตรวจสอบเเละไม่ควรเชื่อ เวทีชุมนุมคือการกล่าวหาเเต่ไม่พูดสิ่งเกิดก่อนนั้นว่ามีอะไรบ้าง เช่นกล่าวหาผู้พิพากษานั้นมองว่าเป็นลักษณะไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหามีการใช้สำนวนบ้างอย่าง น่าเสียดายว่าประชาชนจะฟังม็อบหรือฟังเวทีประชาธิปไตย
คำตอบของเหตุการณ์3ปีที่เเล้วนั้น บางเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเเล้ว ส่วนคำถามเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของบางฝ่ายนั้น เช่น การล้อมศาลที่บางฝ่ายละเมิดเส้นทางการปกครองบ้านเมืองเเละคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย สุดท้ายกลุ่มนั้นก็ยุติการชุมนุม การล้ำเส้นเเบบนี้มันละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ไม่ใช่ประชาธิปไตย การกระตุ้นม็อบไม่ให้ยอมรับบางสิ่งนั้นคงใช้ไม่ได้นาน
นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนการเมืองในอนาคตของรัฐบาลนี้นั้น การเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองเเห่งชาติของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯนั้นสุดโต่ง ทำลายกำเเพงการพูดคุยที่ดีไปเเละไม่ค่อยเป็นกฎหมาย เพระระบุว่าจะล้างทุกอย่างเเบบไม่มีข้อจำกัด เเต่ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของวรชัย เหมะ เเกนนำนปช.มีลู่ทางในการคุยกันมากกว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่น่าเห็นเด้วยกับร.ต.อ.เฉลิม เเต่เรื่องนี้อยู่ที่การพิจาณาของพรรคนั้นว่าจะเดินหน้าอย่างไร ยามที่ใครปกครองบ้านเมืองเเเบบไม่มีวิจารณญาณมันจะเข้าข่ายเผด็จการรรัฐสภา ตนมองว่า ฝ่ายไม่พอใจนั้นมองว่า ปรองดองนั้นต้องดำเนินาารตามขั้นตอนยุติธรรม หากไม่ยอมรับอำนาจศาลนั้นคงจะไปไม่รอด





