วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จาตุรนต์'ย้ำ3ปีรำลึก ความยุติธรรมยังไม่เกิด

"จาตุรนต์"โพสต์3ปีชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย กระบวนค้นหาความเป็นจริงผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ยกโทษที่คาดหวังยังไม่เกิด

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ระบุว่า พรุ่งนี้วันที่ 19 พค.อีกแล้ว ครบ 3 ปีการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยที่เรียกร้องให้รัฐบาลในขณะนั้นยุบสภาที่ทำให้ประชาชนได้เรียนรู้และเข้าใจปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตยของประเทศนี้อย่างกว้างขวางและมีผู้เข้าร่วมเป็นประวัติการณ์ แต่การชุมนุมต้องยุติลงในวันที่ 19 พค. 2553หลังจากรัฐบาลในขณะนั้นได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อสลายการชุมนุมด้วยมาตรการต่างๆที่รวมทั้งการใช้กำลังทหารติดอาวุธร้ายแรงเข้าสังหารเข่นฆ่าประชาชนจำนวนมากด้วย

เหตุการณ์ในช่วงประมาณ 2 เดือนนั้น ได้เกิดความสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อมากที่สุดเมื่อเทียบการความสูญเสียในการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้งในอดีตที่ผ่านมา

แม้จะมีการเยียวยาไปบ้างแล้ว แต่จนถึงวันนี้ ผู้ที่สูญเสียและครอบครัวจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่มาใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมหรือแม้แต่ผู้ที่มาดูการชุมนุมหรือผ่านมายังบริเวณที่มีการชุมนุม ก็ยังคงติดคุกติดตะรางกันอยู่

ความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาเลยก็คือความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รู้สึกว่าบ้านเมืองนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียจริงๆ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งแตกแยกที่รุนแรงและสังคมไทยก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าใกล้ทางออกที่จะทำให้ความขัดแย้งขั้นวิกฤตนั้นคลี่คลายไปได้

ที่เป็นเช่นนี้เพราะปัญหาที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งคือความไม่เป็นประชาธิปไตยยังคงดำรงอยู่และยังไม่ได้รับการแก้ไข

นอกจากนั้น ความยุติธรรมก็ยังไม่เกิดขึ้น

กระบวนการค้นหาความจริง หาผู้กระทำผิดเพื่อลงโทษหรือเพื่อให้มีการยอมรับผิด ขอโทษ ลงโทษและยกโทษที่หลายฝ่ายคาดหวังไม่เกิดขึ้น การหาคนผิดมาลงโทษจึงดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมปรกติที่ถูกมองว่าเป็นสองมาตรฐาน ไม่อาจคาดหวังได้ว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดความยุติธรรมจริง

ที่แน่ๆหลังเหตุการณ์นั้น มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ประสบความไม่ยุติธรรมนั้นด้วยตนเองและยังคงไม่ได้รับความยุติธรรมอยู่จนทุกวันนี้

หากจะรำลึกถึงเหตุการณ์เดือนเมษา-พฤษภา 2553 นอกจากรำลึกถึงและสดุดีประชาชนผู้เสียสละชีวิตและเลือดเนื้อในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแล้ว สิ่งที่ควรจะร่วมกันทำต่อไปอย่างจริงจังก็คือการทำให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตย ผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ทำให้ระบบยุติธรรมของประเทศนี้้เป็นระบบที่ยุติธรรมจริง

สำหรับผู้ที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง สร้างความสูญเสียแก่ประชาชน
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ก็คงต้องหวังว่าระบบยุติธรรมที่จะต้องถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นนี้จะสามารถดำเนินการกับพวกเขาให้เกิดความยุติธรรมขึ้นได้

ส่วนประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมืองก็ดี เหยื่อของความล้มเหลวของระบบยุติธรรมก็ดี เราคงไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาต้องเดือดร้อนและรอคอยต่อไปด้วยความทุกข์ทรมานจนกว่าระบบยุติธรรมจะยุติธรรมจริงๆซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกนานเต็มที

การนิรโทษประชาชนจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดและควรจะเป็นข้อเรียกร้องร่วมกันที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งของการรำลึกเหตุการณ์เดือนเมษา-พฤษภาที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 19 พค. คือวันพรุ่งนี้