วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.จี้นายกฯทำตามข้อเสนอปปช.'จัดการน้ำ'

"องอาจ"จี้"ยิ่งลักษณ์"ทำตามข้อเสนอแนะป.ป.ช. โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน ชี้มีจุดเสี่ยงหลายจุด

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ส่งรายงานมาตรการป้องกันการทุจริต ในการดำเนินโครงการ บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และ ระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท แก่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าว มีการใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีจุดเสี่ยงหลายจุดว่า พรรคเห็นว่านายกรัฐมนตรีควรนำข้อเสนอแนะนี้ไปปฎิบัติ เพราะป.ป.ช.เป็นหน่วยงานอิสระ ในการทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจรติในประเทศไทย เมื่อมีข้อเสนอแนะเช่นนี้รัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉย และควรเอาจริงเอาจังในเรื่องการปราบปรามคอรัปชั่น

นายองอาจ กล่าวว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น เห็นว่าจุดสำคัญที่จะเป็นจุดเสียงในการจะคอรัปชั่นอยู่ 2 เรื่อง คือ 1. ในการดำเนินการโครงการนี้ไม่ใช้ระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัศดุ พ.ศ. 2535 ที่ว่าด้วยการดำเนินการของภาครัฐ ตลอดระยะเวลที่ผ่านมาตั้งแต่มีระเบียบพัศดุนี้ จะต้องใช้ระเบียบนี้ในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อประมูลและดำเนินการทุกอย่าง

นายองอาจ กล่าวว่า แต่ในเรื่องของโครงการ 3.5 แสนล้านบาท รัฐบาลไม่ได้ใช้ระเบียบพัศดุนี้ กลับไปออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นมาใหม่ ที่ทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งระบียบฉบับแรกที่บอกวันที่ 13 มี.ค. 2555 คือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการและการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ และฉบับที่ 2 ออกเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2555 โดยอ้างว่าเพื่อให้การวางระบบ ในการบริหารจัดการน้ำและการแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วซึ่งฉบับนี้อ้างความรวดเร็ว หลังจากนั้นก็มีประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของหลักเกณฑ์และวิธีการในวันที่ 19 พ.ย. 2555 และวันที่ 29 ม.ค. 2556

นายองอาจ กล่าวว่า จุดเสี่ยงที่ ป.ป.ช.ออกมาแจ้งให้ทราบ ก็เพราะไม่ได้ใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัศดุ เพราะทุกโครงการภาครัฐและทุกโครงการต้องใช้ ซึ่งทำให้มีจุดเสี่ยงจำนวนมากในการทุจริตคอรัปชั่น และความรวดเร็วที่รัฐบาลนำมาอ้างนั้น จะนำมาสู่ความเหลวแหลกได้หากยังไม่นำข้อเสนอแนะของป.ป.ช.ไปแก้ไข

นายองอาจ กล่าวว่า 2. มีการหลอกและตบตาประชาชน ในการเลี่ยงว่ามีการเปิดราคากลาง แต่กลับทำอย่างลุกลี้ลุกลน ซึ่งข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ในวันที่ 2 พ.ค. 2556 ที่ผ่านมา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศเรื่องการเปิดเผยราคากลางของทางราชการ โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้าง ระบบการบริการทรัพยากรน้ำอย่างยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ ซึ่งคล้ายว่าเป็นการประกาศเปิดเผยราคากลาง ก่อนที่จะมีการยื่นข้อกำหนดราคากลางในวันที่ 3 พ.ค. 2556 ซึ่งตนมองว่าเป็นความรุกรี้รุกรนของรัฐบาล ที่ตนคิดว่าไม่มีหน่วยงานไหนมาศึกษาเรื่องราคากลาง ที่จะมายื่นข้อเสนอได้ในวันเดียว เพราะการประกาศดังกล่าวเป็นตัวเลขวงเงินงบประมาณที่ได้กำหนด ในข้อกำหนดและขอบเขตของงานทีโออาร์ของโครงการอยู่แล้ว เช่น ในประกาศระบุว่า MODO A 1 ใช้งบประมาณไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็เป็นตัวเลขเดียวที่อยู่ในทีโออาร์อยู่แล้ว มันไม่ใช่ราคากลาง ตนจึงบอกไม่ใช่ราคากลาง และเป็นจุดเสี่ยงที่จะนำไปสู่การทุจริตได้