"ปคอป."เปิดเวทีปรองดองอบรมวิทยากรหาทางออกประเทศ 18 พ.ค.นี้ เชื่อผลสรุป 108 เวทีเป็นประโยชน์ระยะยาว
นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรอดองแห่งชาติ (ปคอป.) แถลงข่าวถึงความพร้อมในการจัดเวทีพูดจาหาทางออกประเทศไทยว่า กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมมี 75,700 คน โดยเป็นตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ75 %
ได้แก่ เกษตร แรงงาน อุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักศึกษา นักวิชาการ ผู้นำศาสนา สื่อมวลชน เป็นต้น ส่วนอีกร้อยละ 25 มาจากการสมัครสำหรับในการอบรมวิทยากรจะมีการดำเนินการจำนวน 2 รุ่น จำนวน 400 คน โดยรุ่นที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 18-19 พ.ค. และรุ่นที่ 2 วันที่ 25 - 26 พ.ค. ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ โดยทุกเวทีจะมีการพูดจาหาทางออก อย่างไรก็ตาม 108 เวทีทั่วประเทศ จะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. 56 ระยะเวลา 1 วัน โดยในภาคบ่ายจะแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างอิสระ ไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่มีการลงมติ เพราะถือว่า ทุกความเห็นล้วนมีความหมาย
ต่อมานายธงทอง กล่าวอีกว่า ในส่วนของผลของการพูดคุยใน 108 เวที ข้อสรุปอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะให้เกิดการปรองดอง หรือได้คำตอบออกมาแล้วสังคมไทยจะเห็นพ้องกันหมดเลย แต่สามารถมองในมุมบวกว่า จะไม่สูญเปล่า เป็นโอกาสที่ประชาชนได้เรียนรู้ร่วมกันบนกระบวนการสันติวิธี เชื่อว่า เวทีของการพูดคุยในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ รวมถึง ความเห็นที่ได้มาจะส่ง ปคอป. และรายงานต่อสาธารณะ เพื่อให้สังคมไปคิดต่อไปว่า ท่ามกลางความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมายาวนานเราจะทำอย่างไรกันดี
เมื่อถามว่า ในขณะที่ฝ่ายการเมืองกำลังเดินหน้ากฎหมายนิรโทษกรรม ในระหว่างที่มีการพูดคุยหาทางออก จะเป็นการกระทำที่สวนทางกันหรือไม่ นายธงทอง กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าการจัด 108 เวทีนี้จำเป็นที่ต้องห้ามให้ใครแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ให้รอฟังเวทีอย่างเดียว ซึ่งโดยธรรมชาติทำไม่ได้อยู่แล้ว ทุกคนอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ก็มีกลไกมีความรับผิดชอบ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเคารพกันและกัน





