ประชุมกมธ.แก้รธน.มาตรา190 เถียงอุตหลุด ร่างแก้ไขวรรคสี่ มาตรา3 ก่อนได้ข้อยุติเห็นชอบตามร่างที่กต. เสนอ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ... พ.ศ. ... มาตรา 190 ซึ่งมีนายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร เป็นประธาน โดยในวันนี้ได้มีการพิจารณากรอบและประเด็นปัญหา ในมาตรา 3 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา190 ตามที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศให้มีชัดเจน เพื่อความกำหนดบัญญัติถ้อยคำให้ครอบคลุบตามความเห็นของ กมธ.ต่อไป
จากนั้นเข้าสู่วาระการพิจารณา ที่ประชุมได้มีการถกเถียงกันในรายละเอียดของเนื้อหาร่างกฎหมายดังกล่าว ตามที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้ร่างมาเสนอต่อที่ประชุมกมธ. ในวรรคสี่ ที่ระบุว่า ในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสองให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้นำบทบัญญัติตามมาตรา 154(1) มาบังคับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม
นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้เปลี่ยนแปลงโดยให้บัญญัติว่า “ในกรณีที่มีปัญหาว่าหนังสือสัญญาใดเป็นหนังสือสัญญาตามวรรคสอง ให้นายกรัฐมนตรีเสนอความเห็นเช่นว่านั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และแจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาทราบโดยไม่ชักช้าโดยให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับพิจารณาวินิจฉัย” เนื่องจากเห็นว่า ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องมีช่องทางในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหนังสือสัญญาว่าจะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาหรือไม่ด้วย อีกช่องทางหนึ่งเสมือนให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลในเรื่องดังกล่าว โดยไม่จำต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรองหรือวินิจฉัยว่าสนธิสัญญาไหนควรเข้าหรือไม่เข้าบ้าง
ต่อมาที่ประชุมได้มีการถกเถียงในประเด็นที่นายเกียรติเสนอ จากนั้นนายกฤชที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมอยู่ได้สอบถามไปยังผู้แทนของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าเป็นไปได้หรือไม่และยังมีข้อบกพร่องในทางเทคนิคทางกฎหมายอย่างไรบ้าง จนกระทั่ง กมธ.ได้ข้อสรุปร่วมกัน โดยให้เปลี่ยนถ้อยคำตามวรรคสี่ของมาตรา 3 ให้เป็น “ในกรณีที่มีปัญหาว่าหนังสือสัญญาใดเป็นหนังสือสัญญาที่จะต้องเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ตามวรรคสอง ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาดโดยให้นำบทบัญญัติ โดยให้นำบทบัญญัติตามมาตรา 154(1) และ (2) มาบังคับใช้กับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับเรื่อง” แทนบทบัญญัติเดิมของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้จัดทำขึ้น โดยที่ไม่มีกมธ.คนใดคัดค้าน





