สำนักงบประมาณ ส่งเอกสาร พ.ร.บ.งบฯ 57 ให้สภาเตรียมพิจารณาวาระแรก 29 -30 พ.ค.นี้ มี 8 ยุทธศาสตร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงบประมาณได้จัดทำเอกสารร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2557 จำนวน 2,525,000 ล้านบาท ส่งให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจกจ่ายให้กับส.ส.สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ในวาระที่ 1 สมัยประชุมวิสามัญ ระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณปี 2557 เพิ่มขึ้นจากงบประมาณประจำปี 2556 จำนวน 125,000 ล้านบาท คิดเป็น 5.2 % โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ จำนวน 8 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
1.ยุทธศาสตร์เร่งรัดการพัฒนาประเทศและเตรียมความพร้อมต่อประชาคมอาเซียน จำนวน 145, 006.9 ล้านบาท คิดเป็น 5.7 % ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการดำเนินงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณท์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า พัฒนาอุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งระหว่างภูมิภาคและบูรณาการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
2.ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐ จำนวน 210,783.5 ล้านบาท คิดเป็น 8.4 % ของวงเงินงบประมาณ ทั้งนี้เพื่อรักษาความมั่นคงแห่งรัฐ เทิดทูนและพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ และฟื้นฟูประชาธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ โดยเสริมสร้างและพัฒนาระบบป้องกันประเทศ โดยเสริมสร้างพัฒนาระบบป้องกันประเทศให้มีความพร้อมและศักยภาพ
3.ยุทธศาตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน จำนวน 343,746.7 ล้านบาท คิดเป็น 13.6% ของเงินงบประมาณ เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลัง รักษาเสียรภาพทางการคลัง จัดการหนี้สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อมูลค่าทางภาคการเกษตร โดยใช้ระบบจำนำสินค้าเกษตรเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับรายได้เกษตรกร ปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสมกับค่าครองชีพของประชาชน
4.ยุทธศาสตร์การศึกษา คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมในสังคม จำนวน 849,861.9 ล้านบาท คิดเป็น 33.7% ของวงเงินงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการ สร้างความเป็นธรรมทางสังคม และลดการเหลื่อมล้ำ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดีบคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ส่งเสริมขยายโอกาสการเจ้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง และเร่งรัดการปฏิรูป และพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้มีมาตรฐานระดับสากล สนับสนุนการจัดการการศึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา สร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมและการปราบปรามการทุจริตมิชอบในภาครัฐ เพื่อความความโปร่งใสและธรรมาภิบาล
5.ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 112,288.5 ล้านบาท คิดเป็น 4.4 % ของวงเงินงบประมาณ โดยมุ่งเน้นการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์กับมิติทางเศรษฐกิจทางสังคมและสิ่งแวกล้อมอย่างยั่ยยืน โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตลอดจนเตรียมความพร้อมรองรับและปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลก
6.ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม จำนวน 21,323. 8 ล้านบาท คิดเป็น 0.8 % ของวงเงินงบประมาณ เพื่อเสริมสร้างให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนองค์ความรู้ โดยให้ความสำคัญกับการวิจัย และพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
7.ยุทธศาสตร์การต่างประเทศ และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จำนวน 9,004.5 คิดเป็น 0.4 % ของวงเงินประมาณ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ให้ความช่วยเหลือทางการเงินและทางวิชาการ ที่เกี่ยวโยงกับการร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจแก่รัฐบาล
8.ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 351,339.9 ล้านบาท คิดเป็น 13.9 % ของวงเงินงบประมาณ เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการ ของภาครัฐให้มีความพร้อม มุ่งเน้นการตอบสนองคงามต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีขีดความสามารถในการให้บริหารสาธารณษะได้อย่างเหมาะสม ปฏิรูปกฎหมายให้เป็นสากลและพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรม ให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนการบริหารงานของรัฐสภา ศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตลอดจนหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ ให้ดำเนินการที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันในเอกสารสาระสำคัญของงบประมาณรายจ่ายประจำปีฉบับนี้ ได้บรรยายถึงภาพรวมแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยไว้ว่า ในปี 2556 มีแนวโน้มขยายตัว 4.5-5.5 % มีอัตราเงินเฟ้อ 2.5-3.5 % โดยมีปัจจัยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ จากอุปสงค์ภายในประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และจากการบริโภค และการลงทุนของภาคเอกชน ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ที่ดี ตามรายได้ครัวเรือนที่ปรับตัวดีขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำ และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะการยกระดับราคาสินค้าเกษตร และการลดค่าครองชีพของประชาชน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากการเร่งรัดการใช้จ่ายตามแผนกู้เงิน ตามพ.ร.ก. กู้เงิน บริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ และร่างพ.ร.บ. กู้เงินเพื่อพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามเศรฐกิจไทยยังมีข้อจำกัดและความเสี่ยงที่สำคัยได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่คาดว่าจะเป็นไปอย่างช้าๆ ในช่วงครึ่งปีแรก สภาพคล่องส่วนเกินในระบบเศรษฐกิจการเงินโลก ที่จะส่งผลต่อความผันผวนและการแข็งค่าของเงินบาท และสถานการณ์ภัยแล้ง ที่จะส่งผลต่อการขยายตัวในภาคเกษตร
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2557 มีแนวโน้มขยายตัว 4-5 % อัตราเงินเฟ้อประมาณ 2.7 -3.7% โดยมัปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งด้านการบริโภคและการลงทุนของเอกชน ประกอบกับการลงทุนของภาครัฐ ขณะเดียวกัน อุปสงค์ของภาคต่างประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเซียและเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกขยายตัวของครึ่งปีหลังในปึ 2556 ต่อเนื่องไปยังปี 2557
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1.กระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 481,337 ล้านบาท 2.กระทรวงมหาดไทย วงเงิน 328,755 ล้านบาท 3.กระทรวงการคลัง วงเงิน 229,355 ล้านบาท 4.กระทรวงกลาโหม วงเงิน 184,737 ล้านบาท และ5.กระทรวงสาธารณสุข วงเงิน106,436 ล้านบาท โดยกระทรวงที่ได้รับจัดสรรน้อยที่สุดคือ กระทรวงพลังงาน 2,098 ล้านบาท ขณะที่ตั้งงบกลางไว้ที่ วงเงิน 345,459 ล้านบาท
สำหรับงบประมาณขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ในมาตรา 27 และ มาตรา 28 ของ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 โดยมาตรา 27 ยอดรวมจำนวน 16,827,137,300 บาท เป็นหมวดของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 178,526,400 บาท สำนักงานศาลยุติธรรม จำนวน 14,601,695,200 บาท สำนักงานศาลปกครอง 2,046,915,700 บาท ขณะที่มาตรา 28 ยอดรวมจำนวน 14,131,970,200 บาท เป็นหมวดขององค์กรอิสระ โดยสำนักงาน กกต. รวม 3,153,869,400 บาท สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน 227,653,900 บาท สำนักงานป.ป.ช. 1,324,561,400บาท สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 1,651,720,200บาท สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 207,303,200บาท สำนักงานอัยการสูงสุด 3,257,412,000บาท เป็นต้น





