เร่งล่ามือป่วนไทยรัฐ ตร.เช็กวงจรปิดกว่า 40 ตัวรอบพื้นที่ พบลายนิ้วมือแฝงบนลูกเปตอง ส่งตรวจหาดีเอ็นเอ ผบช.น.เรียกประชุมคลี่ปมวันนี้
ความคืบหน้าเหตุคนร้าย 4 คน สวมหมวกกันน็อกขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขว้างลูกเปตองและประทัดยักษ์ใส่ป้อมรักษาความปลอดภัย (รปภ.) สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ 2 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผกก.สน.บางซื่อ เปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำลูกเปตองทั้ง 2 ลูก ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ส่งให้สำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) นำไปตรวจสอบอย่างละเอียด โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบลายนิ้วมือของคนร้ายติดอยู่บนลูกเปตองแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบดีเอ็นเอ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดกว่า 40 ตัว ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีของคนร้ายด้วย แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน หน่วยงานต่างๆ ยังคงปิดทำการ จึงไม่สามารถประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดได้
พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่ง พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้แบ่งชุดทำงานลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) จะเรียกประชุมชุดสืบสวน และฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ที่ สน.บางซื่อ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการจับกุมคนร้ายต่อไป
ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้ว่าเป็นความพยายามสร้างสถานการณ์ ไม่มีเจตนาทำร้ายใคร ดูแล้วผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นมือที่สาม ที่ต้องการพยายามโยงให้เป็นประเด็นทางการเมือง ให้คนทั่วไปมองว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังการคุกคามต่างๆ ตอนนี้รวบรวมพยานหลักฐานได้พอสมควรแล้ว รวมถึงวัตถุพยานต่างๆ คงต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์บางส่วนมาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่มีอยู่ ทุกฝ่ายกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ วันที่ 13 พฤษภาคมนี้ จะประชุมชุดสืบสวนทั้งหมดเพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง คงไม่มีใครต้องการให้คดีเงียบหายไปโดยไม่ได้ตัวผู้กระทำความผิด เพราะถือว่าการคุกคามสื่อเป็นกรณีที่มีความสำคัญ
พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ส่วนเหตุการณ์จะเกี่ยวข้องกับกรณีการโพสต์เฟซบุ๊กของนายสมชัย กตัญญุตานันท์ หรือ ชัย ราชวัตร หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องสอบปากคำ รปภ. และรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน
พล.ต.ต.สุธีร์ เณรกัณฐี ผบก.น.2 กล่าวว่า มุ่งประเด็นใน 2 เรื่อง คือ ความขัดแย้งการเมืองระหว่างหนังสือพิมพ์และกลุ่มการเมือง กรณีคอลัมนิสต์ชื่อดังวิจารณ์นายกรัฐมนตรี และประเด็นมือที่สามสร้างสถานการณ์ โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้กำชับให้ส่งกำลังตำรวจมาดูแลสำนักงานของสื่อต่างๆ หลังจากมีการประท้วงเรื่องการทำงานของสื่อ
วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดแถลงข่าวประณามผู้ที่ลงมือก่อเหตุป่วนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐครั้งนี้ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอประณามการกระทำของคนที่ไม่หวังดี ใช้ลูกเปตองและประทัดยักษ์ปาใส่ป้อม รปภ.สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หากคนเหล่านั้นเห็นว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐทำเรื่องที่ละเมิดกฎหมายก็ควรใช้กระบวนการยุติธรรมในการดำเนินการ เพื่อให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ดีกว่าที่จะไปใช้ความรุนแรง ป่าเถื่อน
นายองอาจ กล่าวว่า สิ่งที่น่าสังเกตคือ เหตุใดพรรคเพื่อไทยจึงรีบออกมายืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เคยไปประท้วงหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก่อนหน้านี้ แต่คิดว่าการที่จะระบุได้ว่าเป็นหรือไม่เป็นฝีมือของกลุ่มใดนั้น ควรเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะหาพยานหลักฐาน และนำคนผิดมาดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย พรรคการเมืองไม่ควรไปชี้นำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองที่มีอำนาจรัฐในปัจจุบัน มีเสียงข้างมากในสภา และบริหารประเทศอยู่ ซึ่งการออกมาชี้นำอาจทำให้ผลการสืบสวนสอบสวนถูกบิดเบือนไปได้ อย่างไรก็ตาม อยากเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาคนผิดมาลงโทษเพื่อไม่ให้การใช้ความรุนแรงเป็นเยี่ยงอย่างต่อบุคคลอื่นอีกต่อไป





