'นพดล'โต้ปชป.10ประเด็น 'รธน.ไม่เป็นปชต.'

'นพดล'โต้ปชป.10ประเด็น 'รธน.ไม่เป็นปชต.'

"นพดล"แถลงการณ์โต้ปชป.10ประเด็น "ทักษิณ"รวยก่อนเล่นการเมือง แจงรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ต้นเหตุปัญหาการเมืองไม่จบ

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้แถลงการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2556 โดยระบุว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน และข้อกล่าวหาเท็จมากมาย จึงเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องชี้แจงหักล้างข้อกล่าวหา และนำเสนอลำดับเหตุการณ์การเมืองของไทยที่ชาวโลกสมควรจะได้รับทราบความจริง ปัญหาพื้นฐานของประเทศไทย คือ ประเทศต้องการมีประชาธิปไตย แต่กลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยไม่เต็มใจที่จะยอมรับความต้องการของประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ได้แสดงผ่านการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

1.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่ำรวยมานานก่อนเข้าสู่การเมือง ในปี 2537 ความร่ำรวยของครอบครัวได้ถูกประเมินไว้ไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ารับตำแหน่งนักการเมืองครั้งแรกในตำแหน่งรมว.ต่างประเทศในปี 2537 ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนแรกและคนเดียวที่ชนะการเลือกตั้งทั่วไป 2 ครั้งติดต่อกันในปี 2544 และ 2548 ธุรกิจโทรคมนาคมที่ครอบครัวเป็นเจ้าของ ไม่ได้เป็นกิจการผูกขาด เพราะมีผู้แข่งขันรายอื่น และสัมปทานได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย จากรัฐบาลพลเรือนในปี 2532 ไม่ใช่จากรัฐบาลทหาร ตามคำกล่าวหาเท็จโดยพรรคประชาธิปัตย์

2.ข้อกล่าวอ้างว่ามีการวิสามัญฯหลายพันรายในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำเนินนโยบายสงครามต่อต้านยาเสพติด เป็นเรื่องจินตนาการและเป็นเท็จ ข้อกล่าวอ้างว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมหลายพันรายในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ดำเนินนโยบายสงครามต่อต้านยาเสพติด เป็นเท็จอย่างสิ้นเชิง จากรายงานที่เป็นทางการของป.ป.ส. มีการเสียชีวิตเพียง 50 รายเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตัวเลขการตาย 2,500 ศพ เป็นตัวเลขการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ และจากทุกอาชญากรรมในช่วงเวลาหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยมีนโยบายยิงเพื่อสังหารผู้ค้ายา และไม่เคยสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายไปฆ่าใคร

3.การให้เหตุผลปกป้องการรัฐประหารที่น่าละอาย ในเดือนกันยายน 2549 มีการรัฐประหารเพื่อล้มพ.ต.ท.ทักษิณ หัวหน้าพรรคไทยรักไทย และล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นการลบล้างคะแนนเสียงของประชาชนชาวไทยกว่า 14 ล้านคน คณะรัฐประหารได้ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด จนถูกเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และคณะรัฐประหารได้ร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มอื่นๆ ในกลุ่มชนชั้นอำมาตย์ เพื่อที่จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ฉบับปี 2550 ซึ่งประเทศไทย ยังอยู่ใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จนปัจจุบัน

เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อและน่าละอาย ที่พรรคประชาธิปัตย์จะพูดถึงการรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549 ว่าเป็นเพียงการแทรกแซงโดยทหาร เพราะมันคือการทำลายประชาธิปไตยอย่างชัดแจ้ง พรรคประชาธิปัตย์ควรจะตระหนักว่าการออกเสียงลงประชามติ เพื่อเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในปี 2550 ได้กระทำขึ้นภายใต้บรรยากาศของการข่มขู่และความหวาดกลัวว่ารัฐบาลทหารอาจเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดมาประกาศใช้ ถ้าการออกเสียงลงประชามติล้มเหลว

4.คนไทยปฏิเสธการรัฐประหารเมื่อปี 2549 แต่ฝ่ายปฏิกิริยาและฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตยยังคงทำงานอยู่ ชัยชนะของพรรคพลังประชาชนในปี 2550 ทั้งๆที่การเลือกตั้งเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และทั้งๆที่มีการพยายามโดยคณะรัฐประหารที่จะป้องกันไม่ให้คนไทยใช้สิทธิ์เลือกตั้งพรรคฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ปฏิเสธ และไม่ยอมรับการรัฐประหารในปี 2549

ในปี 2551 รัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช ได้เผชิญกับแรงกดดันให้ลงจากอำนาจ ท่ามกลางการประท้วงและการก่อความวุ่นวายโดยกลุ่มพันธมิตรฯ พรรคพลังประชาชนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ในขณะที่กลุ่มพธม. กล่าวหาว่าเป็นความพยายามที่จะนิรโทษกรรมทางการเมืองให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มพธม. ได้ยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินสุวรรณภูมิในเดือนพฤษภาคม 2551 เพื่อล้มรัฐบาลให้ได้ส.ส. หลายคนจากพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมการประท้วง รวมทั้งนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งต่อมาได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นรมว.ต่างประเทศ และถูกตั้งข้อกล่าวหาก่อการร้าย ท้ายที่สุดนายสมัคร ถูกตัดสินโดยศาลรัฐธรรมนูญว่าขาดคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการออกรายการทีวีทำกับข้าว ซึ่งก่อให้เกิดความประหลาดใจเป็นอย่างมากในหมู่ผู้สนับสนุน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้เข้าตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

5.การยุบพรรคพลังประชาชน ในเดือนธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งยุบพรรคพลังประชาชนและพรรคเล็กอื่นๆ และได้ตัดสิทธิ์เลือกตั้งนักการเมือง 109 คน เป็นเวลา 5 ปี และทำให้นายสมชาย ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากข้อหาที่ว่ากรรมการบริหารพรรค 1 คน ได้จ่ายเงินประมาณ 20,000 บาท แก่ผู้นำท้องถิ่นก่อนวันเลือกตั้ง ทั้งๆที่กรรมการบริหารเพียงคนเดียวถูกตัดสินว่ากระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง แต่กรรมการบริหารที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ก็ต้องถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งไปด้วย

6. นายสมัคร และนายสมชาย ไม่เคยพยายามที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา ข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ที่ว่านายสมัคร และนายสมชาย พยายามที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อนำพ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านโดยไม่มีความผิด จนก่อให้เกิดการประท้วงบนท้องถนนนั้น เป็นความเท็จ เพราะทั้งสองท่านไม่เคยดำเนินการดังกล่าว

7. ส.ส. จำนวนมากถูกบังคับให้ออกจากพรรคการเมืองฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อไปสนับสนุนการตั้งรัฐบาลใหม่ ในเดือนธันวาคม 2551 หลังจากการยุบพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทยถูกตั้งขึ้นแทนพรรคพลังประชาชน และเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขณะนั้น แต่พวกเราถูกบังคับและเสียสิทธิ์ในการตั้งรัฐบาล เพราะได้มีการรัฐประหารเงียบเกิดขึ้น และพรรคเล็กพรรคน้อยได้ถูกบังคับให้ไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้เป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะการเลือกตั้งในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา และขาดอาณัติจากประชาชนที่จะทำเช่นนั้น พรรคเพื่อไทย พี่น้องคนเสื้อแดง และคนไทยนับล้าน ไม่ยอบรับความชอบธรรมของรัฐบาลนี้

8. ประชาชนชาวไทยเพียงแค่ต้องการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม คนเสื้อแดงประกอบไปด้วยประชาชนจากทุกภาคส่วน ซึ่งคัดค้านการรัฐประหารเพื่อล้มล้างพ.ต.ท.ทักษิณ ให้ออกจากตำแหน่งในปี 2549 และบุคคลเหล่านี้ไม่อาจทนต่อ ระบบสองมาตรฐาน และความอยุติธรรม กลุ่มคนดังกล่าวเหล่านี้เชื่อว่าสิทธิทางการเมืองถูกพรากไปโดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ร่างโดยผู้ที่หัวหน้าคณะรัฐประหารแต่งตั้งขึ้น ยิ่งกว่านั้นพวกเขามีความเห็นว่ารัฐบาลนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ไม่มีความชอบธรรม เพราะเข้าสู่อำนาจโดยผลของการกดดันทางการเมือง และการเจรจาลับหลังจากที่มีการตัดสินของศาล ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนสองรัฐบาล ที่นำโดย นายสมัคร และสมชาย ต้องพ้นจากพ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคพลังประชาชนไม่สามารถครอบงำคนเสื้อแดง พวกเขาได้ชุมนุมประท้วงเป็นเวลา 2-3 เดือน จนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้สั่งให้ทหารพร้อมอาวุธสงครามสลายการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 และก่อให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก การใช้กระสุนจริงเพื่อสลายผู้ชุมนุมที่ใช้สิทธิ์ชุมนุมภายใต้รัฐธรรมนูญ และข้อเท็จจริงที่ว่าการปฏิบัติการได้เกิดขึ้นในเวลากลางคืน ไม่เป็นไปตามขั้นตอนและมาตรฐานสากล ยังผลให้มีผู้ประท้วงและทหารเสียชีวิตราว 91 ศพ และบาดเจ็บนับพันราย ศาลอาญาได้ตัดสินในหลายคดีว่าการเสียชีวิตเกิดจากกระสุนจริงที่ใช้โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

9. การตั้งข้อกล่าวหาคดีอาญาและคดีการก่อการร้ายต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ข้อกล่าวหาทั้งหมดได้เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร และถูกสอบสวนโดย คตส.ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารและสมาชิกประกอบไปด้วยบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงขัดกับหลักนิติธรรม คดีที่ดินรัชดา ที่เป็นคดีเดียวที่ตัดสินว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิด ก็อยู่ในคดีดังกล่าวเหล่านี้ด้วย การถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ชักใยการประท้วง ทั้งๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้ปฏิเสธมาอย่างต่อเนื่องว่าท่านเพียงให้กำลังใจ และเห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง นั่นก็คือประชาธิปไตยและความยุติธรรมสำหรับคนไทยทุกคน พยานที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ใช้เพื่อสนับสนุนข้อหาก่อการร้ายเป็นเพียงวิดีโอที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดกับคนเสื้อแดงว่า ถ้าทหารใช้ความรุนแรงต่อคนเสื้อแดง ให้พี่น้องคนเสื้อแดงไปรวมตัวที่ศาลากลางจังหวัด พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยสั่งหรือขอให้ใครกระทำการที่ผิดกฎหมาย และได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาก่อการร้ายที่ถูกตั้งขึ้น เพราะมีเหตุจูงใจทางการเมือง

10. ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นำพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยชนะ 265 ที่นั่ง จากจำนวน 500 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยได้รณรงค์อย่างชัดเจนว่านโยบายที่นำเสนอนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนคิด และพรรคเพื่อไทยเป็นคนทำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ในสิ่งที่ตนเองเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ของประเทศไทย ทั้งในทางข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง และท่านก็เป็นผู้ตัดสินใจในฐานะนายกรัฐมนตรี นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เข้าประชุมสภาฯ ตามที่เห็นว่าจำเป็น และไม่เคยมีเจตนาที่จะละเลยหน้าที่นี้

เหมือนพี่ชายของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยมีความปรารถนาที่จะครอบงำ 3 อำนาจ ตามที่กล่าวหาเท็จโดยประชาธิปัตย์ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ มีความเห็นว่าฝ่ายตุลาการ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ควรถ่วงดุลและตรวจสอบซึ่งกันและกันแทนที่จะครอบงำอำนาจอื่น คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเร็วๆ นี้ ที่รับคำร้องที่ยื่นโดยสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหา ที่กล่าวหาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยส.ส. และ ส.ว. ที่ค้างอยู่ในรัฐสภาในขณะนี้ เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ได้ก่อให้เกิดความกังวลใจในหมู่ประชาชนเป็นอย่างมาก คำสั่งนี้ถูกมองโดยนักกฎหมายชั้นนำในประเทศ และคนไทยจำนวนหลายล้านคน ว่าเป็นการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่เกินเลยไป และอาจจะเป็นการละเมิดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ
ปัญหาการเมืองในประเทศไทยจะยังคงมีอยู่ต่อไป ตราบใดที่เจตจำนงและการตัดสินใจของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้รับการเคารพ ไม่ควรมีพรรคการเมืองใดได้ประโยชน์จากการรัฐประหาร หรือจากรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เฉพาะประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และความยุติธรรม เท่านั้น ที่จะสามารถประกันให้มี สันติภาพ และความมั่งคั่งของประเทศไทย และของโลกได้