วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เฉลิม'เผยบีอาร์เอ็น ถูกแกนนำใหม่กดดัน

"เฉลิม"วิเคราะห์ข้อเสนอบีอาร์เอ็น แนะใช้คณะทำงานย่อยคุยทางลับ ระบุแกนนำเก่าถูกแกนนำใหม่กดดันให้ต้องแข็งกร้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับข้อเสนอ 5 ข้อของกลุ่มบีอาร์เอ็น โดยมีข้อพิจารณาทั้งหมด 10 ข้อ โดยร.ต.อ.เฉลิม วิเคราะห์โดยรวมว่า ผู้นำบีอาร์เอ็นรุ่นเก่าถูกกลุ่มหัวรุนแรงรุ่นใหม่กดดันให้ต้องประกาศจุดยืนที่แข็งกร้าว และมีกองกำลังที่ปฏิบัติงานก่อเหตุรุนแรงได้อย่างเสรี หลังจากการพูดคุยในวันที่ 29 เม.ย. ไทยต้องใช้อำนาจการต่อรองที่เหนือกว่าซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ พร้อมแนะให้มีการพูดคุยทางลับโดยใช้คณะทำงานย่อย

โดยบทวิเคราะห์ระบุดังนี้ 1.เห็นว่าวิธีการที่บีอาร์เอ็นใช้เสนอผ่านสื่อสาธารณะ ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ควรเป็น (ควรเสนอในที่พูดคุย ) ซึ่งเข้าใจว่ามาจากผลการพูดคุยครั้งแรก ที่บีอาร์เอ็นจะเสนอเรื่องอำนวยความยุติธรรม แต่ผู้อำนวยความสะดวกไม่เห็นด้วย และให้รอไว้ เพราะบรรยากาศไม่ดี และเห็นว่าข้อเสนอก้าวร้าวเกินไป บีอาร์เอ็นน่าจะมองว่าหากต้องการให้ข้อเสนอถูกนำมาพูดคุยกันต้องเสนอผ่านทางช่องทางอื่น ไม่ใช่ในที่พูดคุย มีข่าวว่าบีอาร์เอ็นต้องการให้เปลี่ยนผู้อำนวยความสะดวก เพราะเห็นว่า ดาโต๊ะซัมซามิน เข้าข้างไทย

2.การที่นายฮัสซัน ตอยิบ กับนายอับดุลการิม คาลิบ เป็นผู้ออกมาประกาศข้อเสนอ น่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่า ทั้งผู้นำรุ่นเก่ากับแกนนำรุ่นใหม่ที่แข็งกร้าวมีท่าทีและแนวทางเป็นเอกภาพเห็นชอบร่วมกันและเป็นสัญญาณสำคัญที่ส่งให้แกนนำ และแนวร่วมระดับพื้นที่ได้เห็นความชัดเจน การดำเนินการในลักษณะนี้น่าจะชี้ให้เห็นว่าบีอาร์เอ็นมีจุดยืนที่เป็นเอกภาพ อย่างไรก็ดีพิจารณาอีกด้านหนึ่งเป็นไปได้ว่าผู้นำรุ่นเก่าถูกกลุ่มหัวรุนแรงกดดันให้คนรุ่นเก่าประกาศยืนยันท่าทีที่แข็งกร้าวชัดเจน

3.ด้านเนื้อหาของข้อเสนอเห็นว่า บีอาร์เอ็นแสดงจุดยืนชัดเจนว่ายึดอุดมการณ์เอกราชปัตตานี การโจมตีด้วยอาวุธจะดำเนินต่อไป หากยังไม่บรรลุอุดมการณ์นั้น ท่าทีครั้งนี้บีอาร์เอ็นได้วางข้อเสนอสูงสุดต่อรัฐไทย เพราะยังเชื่อว่ากำลังทหารของพวกตนยังสามารถปฏิบัติการได้ค่อนข้างเสรีและยังหาโอกาสก่อเหตุรุนแรงได้

4.นอกจากนั้นบีอาร์เอ็นยังตั้งใจยกฐานะของขบวนการโดยให้รัฐไทย ให้การรับรองสถานะที่เป็นขบวนการทางการเมือง ที่กำลังต่อสู้เพื่อการปลดปล่อยรัฐที่ถูกยึดครองโดยรัฐอื่น พร้อมกับยกระดับการพูดคุยให้สูงขึ้น เป็นระดับระหว่างประเทศด้วยการเสนอให้ดึงอาเซียน โอไอซี และเอ็นจีโอ เป็นผู้สังเกตการณ์

5.เห็นว่าบีอาร์เอ็นตระหนักดีว่าไทยคงไม่ยอมรับข้อเสนอ แต่ทุกประเด็นที่ระบุไว้ในข้อเสนอ มีความละเอียดอ่อนสำหรับฝ่ายไทยเป็นอย่างยิ่ง การทิ้งข้อเสนอไว้ทางสาธารณะเท่ากับโยนลูกให้ฝ่ายไทยเล่น ซึ่งเล่นยากกว่าบีอาร์เอ็น เพราะรัฐไทยเป็นผู้รับผลกระทบต่างๆมากกว่า

6.การพูดคุยในวันที่ 29 เมษายน 2556 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญก็ได้ ขึ้นอยู่กับการวางเกมของฝ่ายเราที่ต้องใช้อำนาจต่อรองที่เหนื่อกว่ายื่นข้อเสนอที่บีอาร์เอ็นต้องตั้งรับหรือแก้เกมบ้าง เช่น ให้ผู้โดนหมายจับสำคัญแสดงตน ลำพังเรื่องลดความรุนแรงไม่เพียงพอกดดันขบวนการ

7.เห็นว่าฝ่ายเราไม่ควรผ่อนปรนยอมรับข้อเสนอของบีอาร์เอ็น เพราะกลัวเรื่องความรุนแรง เพราะถึงอย่างไรความรุนแรงก็จะเกิดขึ้นต่อไป ต่อให้ฝ่ายเรามีท่าทีโอนอ่อนผ่อนตาม ฝ่ายขบวนการก็จะก่อเหตุรุนแรงต่อไป

8.ฝ่ายเราน่าจะปรับวิธีการพูดคุย การใช้คณะทำงานย่อยพูดคุยทางลับน่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้การพูดคุยต่อไปปลอดภัย สามารถเลือกกลยุทธหลายรูปแบบในการชิงความได้เปรียบ

9.ข้อเสนอนี้อาจนำไปสู่ความเห็นต่าง การวิพากษ์วิจารณ์ทางลบต่อแนวทางของรัฐบาล ควรรับทำความเข้าใจกับฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายการเมือง และสังคม

10.รัฐบาลอาจถูกถามเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบแนวทางการรับมือกับข้อเสนอ ซึ่งน่าจะตอบได้ว่าเป็นเรื่องปกติของการพูดคุยที่ต้องมีข้อเสนอ ข้อต่อรอง แต่รัฐบาลยืนยันมาโดยตลอดว่าทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย ข้อเสนอของบีอาร์เอ็นไม่ใช่หนทางไปสู่สันติสุข แต่เป็นความแข็งกร้าวที่นำความปลอดภัยของประชาชนเป็นตัวประกัน และรัฐบาลเป็นฝ่ายื่นไมตรีไปแล้ว ถ้าขบวนการไม่สนองตอบประชาชนในพื้นที่จะตัดสินใจได้เองว่า ใครที่ให้ความสำคัญกับประชาชน ใครที่ต้องการให้สันติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่ และใครเป็นอุปสรรค