กมธ.แก้ไขร่างรธน.ม.190 ถกเครียด "เกียรติ"เสนอใช้"สิ่งแวดล้อม"คำเดียว ด้านรองอธิบดีสนธิสัญญา แย้งต้องเอื้อต่อปฏิบัติจริง
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ... พ.ศ. ... มาตรา 190 ซึ่งมีนายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรอง กมธ. ทำหน้าที่ประธานแทน นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร ประธาน กมธ. ที่ิติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ
ที่ประชุมได้มีการถกเถียงกันในรายละเอียดของเนื้อหาร่างกฎหมายดังกล่าว ตามที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้ร่างมาเสนอต่อที่ประชุม กมธ. ในวรรคสอง หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลง"อย่างชัดเจน" อาณาเขตไทยหรือพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติ เพื่อให้เป็นตามหนังสือสัญญาหรือมีบทให้เปิดเสรีด้านการค้าหรือการลงทุน (หรือมีบทเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองหรือการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมหรือพลังงาน ที่มิใช่เรื่องความร่วมมือทางวิชาการ) ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา
นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาปัตย์ ได้เสนอให้มีบทเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ (โครงสร้าง) ในการคุ้มครองหรือการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติหรือพลังงาน ให้รวมเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งไม่รวมเรื่องความร่วมมือทางวิชาการ ซึ่งขอให้ใช้คำ"สิ่งแวดล้อม" เพียงคำเดียวในร่างดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่ขึ้นมารองรับ ทั้งนี้นายเกียรติได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้คำว่า "สิ่งแวดล้อม" เพราะครอบคลุมในทุกเรื่อง โดยที่รัฐบาลจะได้เจรจาข้อตกลงใดๆ กับต่างชาติอย่างรอบคอบ และมีการตรวจสอบในรายละเอียดข้อตกลงที่รัฐบาลไปเจรจาไป ที่ต้องนำเข้าสภาได้พิจารณาด้วย ทั้งนี้ก็พื่อรักษาผลประโยชน์ประชาชน
ด้านนายธนา เวสโกสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฏหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การกำหนดคำในร่างดังกล่าว จะต้องคำนึงถึงการนำไปปฏิบัติด้วย ซึ่งคำว่า สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรค่อนข้างใกล้เคียงกัน ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้พยายามหาถ้อยคำ ที่ระบุถึงหลักเกณฑ์ โครงสร้างของสิ่งแวดล้อม ขอยืนยันว่า โครงสร้าง หลักเกณฑ์ มาตรฐาน ที่เรามีอยู่แล้ว หากจะเปลี่ยนแปลงก็ต้องออกกฎหมายมารองรับ เนื่องจากในทางปฏิบัติ หากจะดำเนินการตามความร่วมมือกับต่างประเทศ จะต้องทำตามกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เราไปกำหนดกฎหมายขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ ตนรู้สึกไม่สบายใจ หากจะใช้คำว่าสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคำค่อนข้างกว้าง อาจมีปัญหาตามมาภายหลังว่า เรื่องใดต้องเข้าสภาบ้าง เช่น สภาพภูมิอากาศ ผลกระทบตามแนวชายแดน ที่ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเท่านั้น
"หากเกรงว่า จะไปเจรจาไม่รัดกุม รอบคอบ หรือทำแบบลับๆ ก็ขอให้ตัดประเด็นนี้ไปได้เลย เพราะการทำความตกลงใดๆ ระหว่างไทยกับต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มความร่วมมือที่เราต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รองรับประเทศจากภาคีกว่า 100 ประเทศขึ้นไป โดยส่วนประเทศไทยก็ต้องกฎหมายภายในประเทศที่รองรับกับความร่วมมือดังกล่าว"
ทั้งนี้ ในท้ายของการประชุม กมธ. ได้พิจารณาแต่งตั้ง วรพจน์ เอี่ยมรักษา อนุกรรมธิการกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา ให้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาของ กมธ. แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ม.190





