ศาลยกฟ้องกรณีที่"จตุพร"ยื่นฟ้อง"เทพไท" ชี้เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม
ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2081/2553 ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษกประจำตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 และ 332 กรณีเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2553 นายเทพไท ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่านายจตุพร เป็นผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงไปป่วนศาล ฝ่าฝืนคำสั่งศาล ใช้กฎหมู่เข้ามาขู่การปฏิบัติหน้าที่ของศาล
คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี โดยอ้างว่าการแถลงข่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นและปกป้องกระบวนการยุติธรรม
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์ - จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2553 ก่อนจำเลยแถลงข่าวเพียง 1 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้นำตัวแกนนำนปช.มาขออำนาจศาลอาญาฝากขังคดีก่อการร้าย โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมารอให้กำลังใจที่บริเวณศาลอาญาที่มีโจทก์ซึ่งเป็นส.ส.และแกนนำเดินทางมาด้วย แต่เมื่อต่อมาศาลพิจารณาไม่ปล่อยชั่วคราวแกนนำ มวลชนเสื้อแดงก็ไปขัดขวางรถเรือนจำเพื่อไม่ให้นำตัวแกนนำนปช.ไปยังเรือนจำ โดยมวลชนการเกาะกรงขังรถเรือนจำ ต่อมาจำเลย จึงได้แถลงข่าวว่า โจทก์เดินทางไปร่วมกับมวลชนเสื้อแดงที่ศาลอาญา และกล่าวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบการกระทำของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีการร้ายด้วยว่ากระทำการผิดเงื่อนไขประกันตัวของศาลหรือไม่เพื่อให้พิจารณายื่นถอนประกัน
ซึ่งการกระทำของจำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน แต่เป็นการติชมแสดงความเห็นโดยสุจริต โดยการตั้งคำถามไปยังดีเอสไอเพื่อให้ตรวจสอบ ขณะที่โจทก์เป็นแกนนำ นปช. เช่นเดียวกับแกนนำที่ถูกนำตัวมาฝากขัง เมื่อเดินทางไปยังศาลอาญาในวันดังกล่าว ก็ย่อมทำให้ประชาชนทั่วไปและจำเลย เข้าใจว่า โจทก์เป็นผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงมาศาล การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ให้พิพากษายกฟ้อง





