วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.แจงศาลรธน.เข้าข่ายฝ่ายนิติบัญญัติ

"อนุสรณ์" แจงศาล รธน. ขับรถคร่อมเลน ฝ่ายนิติบัญญัติจึงยืนยันอำนาจ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องรัฐบาลให้ความสนใจกับปัญหาของประชาชน ทั้งเรื่องค่าครองชีพ ราคาแก๊ส พืชผลการเกษตร มากกว่าเดินหน้าสร้างบรรยากาศเผชิญหน้า ว่าถือเป็นอีกหนึ่งวาทกรรมที่เป็นแผ่นเสียงตกร่อง อาจต้องการทำให้เกิดอุปาทานหมู่ในกลุ่มประชาชน นายอภิสิทธิ์ ต้องสร้างความเข้าใจว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศนั้น แบ่งอำนาจออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ โดยทั้ง 3 ฝ่าย ต้องถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน วันนี้ หลายกรณีอำนาจฝ่ายตุลาการ ก้าวล่วงอำนาจอื่น จนทุกฝ่ายทำงานลำบาก อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่ให้ 312 ส.ส. และ ส.ว.สมาชิกรัฐสภา ต้องส่งคำชี้แจง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เขาก็โต้แย้งด้วยการส่งแถลงการณ์ ซึ่งมีความชัดเจน

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายนิติบัญญัติต้องการเพียงยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครอง เป็นการแสดงออกแบบอหิงสา เพื่อไม่ให้ใครมาช่วงชิงอำนา ไม่ได้เป็นการกดดันหรือเอาชนะคะคานศาลรัฐธรรมนูญ การที่จะมากล่าวหาว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำร้ายนั้น เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และไม่อยากให้ฝ่ายค้านนำเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมืองและทำร้ายสมาชิกรัฐสภา ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความขัดแย้ง แต่เป็นเพียงการเห็นต่างทางข้อกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่าคงมีข้อยุติในที่สุด วันนี้ยังไม่มีใครจะยุบศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระ แต่ควรจะมีการปรับปรุงภารกิจให้ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่ขับรถคร่อมเลนอำนาจฝ่ายอื่นเขาหมด

นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนการชุมนุมของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ไม่น่าจะมีความรุนแรงใดๆ เพราะผู้ชุมนุมได้รับบทเรียนที่ผ่านมา เพราะถ้าการชุมนุมไม่อยู่ในเสรีภาพและขาดเหตุผล ก็จะขาดการสนับสนุนจากแนวร่วมในที่สุด