วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'แนะกำหนดกรอบปฎิบัติการในพื้นที่ใต้

"อภิสิทธิ์"แนะรัฐบาลกำหนดกรอบปฎิบัติการในพื้นที่ชายแดนใต้ให้ชัด ไม่เห็นด้วยกรณีเลขาฯสมช.ป้องBRNไม่เอี่ยวเหยื่อ 6 ศพจ.ปัตตานี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายเเดนภาคใต้ว่า หวังว่า การประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะกำหนดทิศทางอย่างเป็นเอกภาพ สำหรับการปฏิบัติในพื้นที่ควบคู่ไปกับการเจรจาสันติภาพกับบีอาร์เอ็น เพราะถ้าไม่สัมพันธ์กันรัฐบาลจะอยู่ในฐานะที่ค่อนข้างอ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วยกับท่าทีของพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ที่ออกมายืนยันแทนบีอาร์เอ็นว่า การสังหารหมู่ 6 ศพ ที่จ.ปัตตานีไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะสิ่งที่ปรากฏออกมาก็เชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มบีอาร์เอ็น เช่น อาวุธที่ใช้ก็เป็นประเภทเดียวกัน จึงไม่อยากให้สรุปโดยไม่ดูข้อเท็จจริง และไม่อยากให้รัฐบาลกังวลในแง่การเมืองหรือการตลาดมากกว่าการแก้ปัญหา ดังนั้นรัฐบาลต้องอยู่กับความจริง เพราะทุกคนเข้าใจดีว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข และยอมรับว่าระหว่างการพูดคุยปัญหาอาจจะรุนแรงขึ้นได้ แต่ต้องแก้ปัญหาบนพื้นฐานความจริงมากกว่า

เมื่อถามว่า เมื่อการพูดคุยไม่สามารถลดความรุนแรงได้ ควรมีการพักการเจรจาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากวันนี้ถึงวันที่ 13 มิ.ย .ที่จะมีการพูดคุยรอบสาม ควรจะมีการติดต่อสื่อสารเป็นการภายในให้ชัดว่า เราต้องการจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในเรื่องการลดความรุนแรง ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องเลื่อนการพูดคุยออกไป แต่จะใช้วิธีใดต่อรองอย่างไรก็คงเป็นดุลพินิจของคนทำงาน อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เกิดสภาพว่าความรุนแรงในพื้นที่ยังทำได้ และยังมีการเรียกร้องนอกกรอบด้วย ในขณะที่รัฐบาลบอกจะคุยไปเรื่อย ๆ เพราะถ้าทำเช่นนั้น ความสูญเสียในพื้นที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นว่ากลุ่มที่มาคุยไม่ได้หวังให้การพูดคุยเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา แต่หวังใช้เป็นเครื่องมือหรือทางผ่านไปสู่ข้อเรียกร้องที่สูงกว่า เวทีที่กว้างกว่า ซึ่งจะทำให้รัฐบาลหาทางออกยากยิ่งขึ้น ซึ่งบีอาร์เอ็นก็มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการ ทำเป็นกระบวนการโดยทุกอย่างสอดคล้องกันหมด รัฐบาลจึงต้องตั้งหลักให้ดี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่เลขาธิการสมช.มองว่าความรุนแรงเกิดจากพวกสุดโต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับบีอาร์เอ็นนั้น ต้องเข้าใจด้วยว่าความสำคัญของการพูดคุยไม่ใช่ว่าตกลงกับบีอาร์เอ็นได้หรือไม่ แต่อยู่ที่สามารถทำให้พื้นที่เกิดความสงบได้หรือเปล่า ดังนั้นหากบอกว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับบีอาร์เอ็น แต่กลุ่มที่ก่อเหตุสร้างความสูญเสียอย่างมาก และการพูดคุยก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ประโยชน์ก็ไม่ตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่ จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่านี้