วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้รมว.ยุติธรรมเสนอถอนฟ้องนปช.ดูที่เหตุผล

"อัยการ"ชี้ต้องพิจารณาเหตุผลและกฎหมาย หากรมว.ยุติธรรมเสนอถอนฟ้องนปช.คดีก่อการร้าย

นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดให้สัมภาษณ์กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปแนวทางจะส่งเรื่องที่ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีพรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. จำเลยร่วมคดี 24 แกนนำ นปช.ก่อการร้าย ขอให้พิจารณาถอนฟ้องคดีอาญาก่อการร้าย ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาเพื่อส่งให้อัยการ ในฐานะโจทก์ ยื่นฟ้องพิจารณาดำเนินการ เนื่องจากดีเอสไอ ในฐานะพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจดำเนินการเอง ว่าขณะนี้ยังให้ความเห็นเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดคำร้อง รวมทั้งเหตุผลในการเสนอให้ถอนฟ้องคดีที่เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แต่ถ้าหากสุดท้ายรมว.ยุติธรรม พิจารณาแล้วจะส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป อัยการก็จะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการพิจารณาคำร้องขอและเหตุผล ซึ่งในฐานะที่รับผิดชอบดูแลสำนวนคดีดังกล่าว ก็ต้องพิจารณาเหตุผลและอำนาจตามกฎหมาย ที่จะต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่ใช่กรณีที่ยื่นเรื่องมาแล้วจะดำเนินการในทันที

นายวินัย กล่าวต่อว่า ในฐานะของอัยการที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดี ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากเวลาที่มีการฟ้องคดี อัยการก็ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานในสำนวนรวมทั้งพิจารณาพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งกล่าวหาจำเลยแล้วว่า เข้าข่ายกระทำผิด ดังนั้นหากจะให้มีการถอนฟ้อง ก็ต้องพิจารณาด้วยว่า มีพยานหลักฐานใหม่อื่นใดที่จะมาหักล้าง หรือแสดงให้เห็นว่าการดำเนินคดีที่ได้ทำไปแล้วนั้นเกิดข้อผิดพลาด หรือไม่เป็นประโยชน์อย่างใดกับใคร

เมื่อถามว่า การพิจารณาถอนฟ้องคดีอาญาจะต้องให้อัยการสูงสุด พิจารณาชี้ขาดเหมือนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ และในอดีตเคยมีถอนฟ้องคดีก่อการร้ายมาก่อนหรือไม่ นายวินัย กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดขนาดนั้น แต่ทางปฏิบัติเมื่ออัยการสูงสุด เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงานอัยการสูงสุด ก็ต้องรายงาน เสนอเรื่องให้พิจารณา ขณะที่ส่วนตัวในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่อัยการมากว่า 30 ปียังไม่เคยถอนฟ้องคดีอะไร รวมทั้งคดีก่อการร้ายก็ยังไม่เคยเห็นว่ามีการดำเนินการใด ๆ แต่ก็มี ตัวอย่างคดีชาวบ้านบุกรุกที่ดินที่เคยถอนฟ้องไปเพราะเห็นว่า การดำเนินคดีไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป

ด้านนายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงข้อกฎหมายในการยื่นคำร้องถอนฟ้องคดีว่า ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 ระบุถึงวิธีการไว้ว่า การถอนฟ้องจะยื่นเวลาใดก็ได้ แต่ต้องทำก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา และศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ถอนก็ได้แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร และถ้าคำร้องถอนฟ้องนั้นได้ยื่นหลังจากที่จำเลยให้การต่อสู้คดีแล้ว ต้องให้ถามจำเลยด้วยว่าจะคัดค้านหรือไม่ ซึ่งกฎหมายเพียงแต่กำหนดกรอบวิธีดำเนินการไว้ ส่วนหลักการและเหตุผลที่จะขอถอนฟ้องเป็นเรื่องของโจทก์จะต้องพิจารณาตามกฎหมายหรือระเบียบภายในของหน่วยราชการนั้นเอง ส่วนเหตุนั้นก็คงต้องสมเหตุสมผลตอบสังคมได้ รวมทั้งไม่ขัดต่อความยุติธรรมทำให้ฝ่ายใดต้องเสียหาย โดยเมื่ออัยการในฐานะโจทก์ ยื่นคำร้องมาแล้ว ศาลก็ต้องพิจารณาตามกฎหมายว่า ถ้าคดีนั้นพวกจำเลยให้การแล้วก็ต้องสอบถามจำเลยก่อนจะคัดค้านหรือไม่ รวมทั้งคำร้องเป็นไปตามขั้นตอนและผู้ยื่นมีอำนาจหรือไม่ ในอดีตก็มีบ้างที่อัยการเคยยื่นฟ้องคดีอาญาแล้วถอนฟ้อง เช่น คดีบุกรุกที่ดิน หรือคดีของวัดธรรมกาย ซึ่งหากการยื่นคำร้องดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนและไม่ขัดกฎหมาย ก็เกือบ 100% ที่จะศาลพิจารณาอนุญาตให้ถอนฟ้อง เแต่ในส่วนของคดีก่อการร้ายตนยังไม่เคยพิจารณา ขณะที่การยื่นจะดำเนินการได้ก็เฉพาะก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาเท่านั้น หากคดีมีคำตัดสินแล้วไม่สามารถดำเนินการขอถอนฟ้องได้แม้จะอ้างถึงนโยบายฝ่ายรัฐ