กมธ.แก้รธน.ม.190ถกเครียด ไร้ข้อสรุปเรื่องกรอบเวลารัฐสภาพิจารณาหนังสือสัญญา
การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 ซึ่งมีนายกฤช อาทิตย์แก้ว สว.กำแพงเพชร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาเนื้อหาใน ม.190 วรรค 2 ที่บัญญัติให้การทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณต้องได้รับความเห็นชอบต่อรัฐสภา" นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาผลดีและผลเสีย หากจะกำหนดกรอบเวลาให้รัฐสภาได้พิจารณาภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ได้มีการรับเรื่อง
นายธนาเวส โกสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ได้นำเสนอต่อที่ประชุมต่อหลักเกณฑ์การพิจารณาที่เข้าข่าย ม.190 ว่า หนังสือสัญญาฉบับใดต้องนำเข้าสภา ซึ่งต้องมีเนื้อหาบทเรื่องให้เปิดเสรีการค้าการลงทุน ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนด หรือเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกฏเกณฑ์และมาตรฐานในการคุ้มครองหรือจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งบางฉบับไม่ต้องออกกฎหมายแต่ผูกพันกับนโยบาย และงบประมาณระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังรวมถึงหนังสือสัญญาที่ครอบคลุมในเรื่องการคุ้มครองหรือจัดการสิ่งแวดล้อมด้วย โดยชี้ว่า หนังสือสัญญาที่ไม่ใช่เรื่องเทคนิค และความร่วมมือทางวิชาการ จะช่วยลดจำนวนหนังสือสัญญาที่จะนำเข้าสู่การพิจารณารัฐสภากว่า 30 เปอร์เซ็นต์
นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ว่า การกำหนดกรอบเวลาพิจารณาหนังสือฯ จะช่วยให้ฝ่ายบริหาร ซึ่งรู้กำหนดเวลาที่ต้องไปเจรจาและตกลงความร่วมมือดังกล่าว จะเป็นการเร่งรัดให้รัฐบาลได้ดำเนินการรับผิดชอบในส่วนของฝ่ายบริการ ที่ผ่านมา เวลาจวนเจียนถึงจะนำเสนอต่อรัฐบาล โดยอ้างว่าจะไปเจรจาตกลงไม่ทัน ทำให้ต้องนำเรื่องแทรกมาในระเบียบวาระพิจารณา ทำให้เรื่องอื่นๆ รวนไปด้วย ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยจะให้ขั้นตอนดังกล่าวมาผูกกับรัฐสภา จะเป็นการโยนภารหน้าที่ให้กับรัฐสภาได้พิจารณาที่เป็นไปอย่างเร่งรัดและขาดความรอบคอบ
นายวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แสดงความไม่เห็นด้วย กับการกำหนดกรอบเวลาให้รัฐสภาพิจารณาหนังสือฯ ภายใน 60 วัน ที่ดูเหมือนจะบังคับรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องไม่เหมาะสมจะเปิดการประชุมวิสามัญพิเศษขึ้นเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ในทางปฏิบัติจริง ก็เป็นไปได้ยากอยู่ดี ในทางกลับกัน การกำหนดเวลาจะเป็นการริดรอนสิทธิประชาชนที่ส่งผู้แทนได้มาทำหน้าที่ในสภาซึ่งนายกฤช ได้ให้รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ได้กลับไปร่างแก้ไข ม.190 และเห็นว่า จะหยิบเรื่องนี้มาพิจารณาอีกครั้ง ภายหลังในสัปดาห์หน้า
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส. นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ได้เสนอให้ลดทอนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการตีความว่าหนังสือหรือสัญญาใดๆเข้าข่าย ม. 190 หรือไม่ เนื่องจากว่าทำให้เกิดความล่าช้า จึงขอให้แต่ตั้งคณะทำงานเพื่อที่จะกลั่นกรองเพื่อดูว่าหนังสือสัญญาประเภทใดจะเข้าข่ายหรือไม่ทำให้ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความไม่เห็นด้วย และชี้ให้เห็นว่ารธน. ม. 154 ได้ระบุชัดแล้วในการให้อำนาจศาลตีความและได้ล็อกเอาไว้ให้เรื่องอยู่ในกระบวนการ





