เกาะติดคำสั่งศาลปกครองกลาง ฟ้องระงับประมูลแผนจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน 3 พ.ค. ขณะที่"ศรีสุวรรณ"มั่นใจจะได้รับการคุ้มครอง
นายตรีทศ นิครธางกูร ตุลาการเจ้าของสำนวน คดีหมายเลขดำ 940/2556 พร้อมองค์คณะ ไต่สวนฉุกเฉินคู่ความเพื่อพิจารณาคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวบ้านในพื้นที่ กทม. , ปทุมธานี และอยุธยา รวม 45 คน ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี , คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ ( กยน.) , คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ ( กบอช.) และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ( กบอ.) เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 เรื่องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานทางปกครอง กระทำการโดยมิชอบ กรณีที่เห็นว่า นายกรัฐมนตรี และ กยน. ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน และเมื่อวันที่ 26 ม.ค.55 ยังได้ใช้อำนาจทางปกครองของฝ่ายบริหาร ผ่านคณะรัฐมนตรี ( ครม.) เร่งรีบจนเกินความจำเป็นอย่างไม่มีเหตุผลในการรองรับ การออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 ออกมาบังคับใช้ทันที หลังจากได้แถลงข่าวเรื่องการจัดทำแผนแม่บท ฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.55 ทั้งที่โดยสภาพของการดำเนินงานที่แท้จริงแล้ว ยังไม่มีความจำเป็นหรือเหตุผลเพียงพอที่จะออก พ.ร.ก. ดังกล่าว โดยผู้ถูกฟ้องยึดถือเงินเป็นตัวตั้ง ทั้งที่ยังไม่ทราบเลยว่าจะมีรายละเอียดของโครงการหรือกิจกรรมใดเกิดขึ้นได้จริงบ้าง แต่กลับเร่งรีบออกกฎหมายกู้เงิน 3.5 แสนล้าน
โดยการไต่สวนวันนี้ นายศรีสุวรรณ นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เดินทางมาพร้อมคณะ ประมาณ 5 คน ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกฟ้อง มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( ทส.) และทีมอัยการ เป็นตัวแทน เข้าให้ถ้อยคำต่อศาล ขณะที่การไต่สวนใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ โดยเมื่อเวลา 15.30 น. ภายหลังศาลนายศรีสุวรรณ นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า จากทีได้รับฟังข้อมูลของฝ่ายรัฐบาลแล้วเชื่อมั่นว่าศาลปกครองจะมีการคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่จะระงับการเปิดซองประมูลที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ค.นี้ไว้จนกว่าที่ศาลจะมีคำพิพากษา เพราะเมื่อศาลได้สอบถามฝ่ายรัฐบาลถึงการเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำแผนบริหารจัดการน้ำ ปรากฏว่า ฝ่ายรัฐบาลที่เป็นผู้ถูกฟ้องตอบรายละเอียดไม่ได้ชัดเจน เพียงแต่อ้างว่าเรื่องการมีส่วนร่วมได้ดำเนินการลักษณะการจัดนิทรรศการ และให้นักวิชาการมาร่วม
หลังจากไต่สวนเสร็จ ศาลยังไม่ได้กำหนดว่าจะมีคำสั่งเมื่อใด เพียงระบุว่าจะแจ้งคำสั่งให้คู่ความทราบทางแฟกซ์ ส่วนตัวคาดว่า ศาลน่าจะมีคำสั่งให้ทราบได้ภายในคืนนี้ (2พ.ค.) หรืออย่างช้าก็เช้าวันที่ 3 พ.ค.นี้ เพราะวันนี้ศาลไม่ได้แจ้งให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม
ด้านนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัด ทส. กล่าวว่า รัฐบาลได้ยืนยันว่าการกำหนดแผนบริหารจัดการน้ำทั้งหมดรัฐได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทั้งหมดแล้ว ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ ( 3 พ.ค.) ยังไม่ใช่การเปิดซองประมูล แต่เป็นวันที่จะให้เอกชน ยื่นซองราคาและซองเทคนิคให้พิจารณาซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณารายละเอียดอีก หากศาลไม่มีคำสั่งคุ้มครองให้ระงับ ฝ่ายรัฐก็พร้อมจะเดินหน้าต่อไป แต่ถ้าศาลสั่งระงับขั้นตอนนี้ ยอมรับก็จะเกิดความเสียหายต่อการดำเนินโครงการเพราะเท่ากับจะต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งทำให้โครงการเกิดความล่าช้าทั้งที่เรื่องนี้ใช้เวลาในการทำแผนมากว่า 2 ปีแล้ว -ขณะที่ประชาชนอาจต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด รวมทั้งความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจและการลงทุนจากเอกชน
เมื่อถามถึงความเสียหายในเชิงตัวเลขของโครงการ หากศาลปกครองสั่งระงับ นายสุพจน์ กล่าวว่า ขอให้รอฟังคำสั่งศาลก่อน แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้จ่ายเงินใดๆ ให้กับเอกชน และยังไม่มีภาระผูกพันทางสัญญาที่จะเป็นค่าเสียหาย เพราะยังไม่ได้ดำเนินการประมูล หรือทำสัญญา





