วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.แจ้งเขตเฝ้าระวัง 7 จุดเสี่ยงมะเร็ง

กทม.แจ้งเขตเฝ้าระวัง7จุดเสี่ยงมะเร็ง เผยผลสำรวจ 21สถานีทั่วกรุง พบฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน2เท่า"วงเวียน22ก.ค."ค่าวัดสูงสุด

นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการ ป้องกันและจัดการภัยพิบัติ นิด้า แถลงผลการศึกษาวิจัยจากการนำข้อมูลตัวอย่างค่าฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดไม่ เกิน 10 ไมครอน (PM10) ของกรมควบคุมมลพิษ จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง 7 สถานี ได้แก่ 1.การเคหะชุมชนคลองจั่น 2.โรงเรียนนนทรีวิทยา 3.โรงเรียนสิงหราชพิทยาคม 4.การไฟฟ้าย่อยธนบุรี 5.สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย 4 6.การเคหะชุมชนดินแดง และ7.โรงเรียนบดินทรเดชา ตั้งแต่ปี 2549-2552 พบว่า ค่าเฉลี่ยระดับความเข้มข้นของสารก่อมะเร็ง PAHs ในฝุ่น PM10 อยู่ที่ระดับ 554 พิโคกรัม หรือเกินค่ามาตรฐานถึง 2.2 เท่า ว่า แต่ปัจจัยการเกิดมะเร็งในพื้นที่ที่มีการสำรวจเกิดจากที่การจราจรคับคั่ง ทำให้เกิดปัญหาของสาร PAHs ในหลายจุด ซึ่งที่ผ่านมาสำนักสิ่งแวดล้อมได้เฝ้าระวังในแต่ละพื้นที่ แต่โดยเบื้องต้นได้แจ้งไปยังสำนักงานเขตที่ทำการสำรวจแจ้งไปยังประชาชนในพื้นที่นั้นให้ดูแลรักษาเครื่องยนต์ ส่วนระยะยาวสำนักสิ่งแวดล้อมกำลังศึกษาข้อมูลที่ทางนิด้าได้เผยแพร่เพื่อเตรียมมาตราการดูแลอีกครั้ง

รายงานข่าวจากสำนักสิ่งแวดล้อมแจ้งว่า ตั้งแต่ปี 2555 สำนักสิ่งแวดล้อมตรวจวัดมลพิษทางอากาศ 5 ชนิด ประกอบด้วย 1.ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ 2.ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 3.ก๊าซโอโซน 4.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ5.ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ในสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงของกทม.จำนวน 4 สถานี และของกรมควบคุมมลพิษ จำนวน 17 สถานี รวม 21 สถานี พบฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอนยังเกินมาตราฐาน โดยเฉพาะพื้นที่ริมถนนยังเป็นปัญหามลพิษหลักในกรุงเทพฯ ตรวจวัดได้ 9.0-303.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร โดยบริเวณที่มีปัญหามากที่สุดที่ วงเวียน 22 กรกฎา เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ขณะที่ก๊าซโอโซนพบเกินมาตรฐานบางพื้นที่ ส่วนสารพิษชนิดอื่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

รายงานข่าวระบุด้วยว่า นอกจากนี้สำนักสิ่งแวดล้อมยังได้จ้างที่ปรึกษาเพื่อวิเคราะห์คุณภาพอากาศในบริเวณเสี่ยงเกิดมลพิษช่วงปี 2554-2556 จำนวน 50 จุดพบว่า ตั้งแต่ปี 2555-2556 ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอนเกินมาตรฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งผลการตรวจระหว่างเดือน พฤศจิกายน 2555 ถึงกุมภาพันธ์ 2556 พบปริมาณฝุ่นละอองไม่เกิน 10 ไมครอน เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 37-344 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร จากค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร โดยสาเหตุหลักเกิดจากการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองที่ตกค้างบนพื้นถนนจากรถยนต์ที่สัญจรหนาแน่นและการก่อสร้างที่พักอาศัย