นายกฯรับ11ข้อเสนอของผู้ใช้แรงงาน เชื่อโครงการ2ล้านล้านสร้างงาน แนะพัฒนาฝีมือเผื่อนายจ้างใจดีอาจให้มากกว่า 300 บาท/วัน
เมื่อเวลา 11.00น. ที่เวทีจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ สนามหลวง นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทย ได้ยื่น 11 ข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติประจำปี2556 และยื่นต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน โดยข้อเรียกร้องจำนวน 11 ข้อ ได้แก่ 1.ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 2. ออกกฎหมายตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้แก่ลูกจ้างที่ตกงานเพราะโรงงานผิดกิจการ โดยไม่จ่ายค่าชดเชย 3. ให้รัฐบาลยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้กรณีค่าชดเชยของลูกจ้างเอกชน และเงินตอบแทนของพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ
4. ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไข พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานกรรมการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2550 ให้มีการมาตรฐานเดียวกับข้าราชการพลเรือน5.ผลักดันกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจและยุติการแปรรูปหรือยุบเลิกรัฐวิสาหกิจ 6.ให้รัฐบาลเร่งตรา พ.ร.ฎ.สถาบันความปลอดภัยฯ 7.ปฏิรูประบบประกันสังคมและเพิ่มสิทธิประโยชน์ รวมทั้งยกระดับสำนักงานประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ 8.จัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็ก และศูนย์เก็บน้ำนมแม่ในโรงงาน โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
9. แก้ไขพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 59 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงในวันลาเพื่อตรวจรักษาสุขภาพก่อนคลอดบุตร และคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 90 วัน และให้ลูกจ้างซึ่งเป็นชายมีสิทธิลาเพื่อดูแลภรรยาในการคลอดบุตรได้ 15 วันโดยได้รับค่าจ้าง และมาตรา 118 ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างเป็น 2 เท่าจากเดิมที่บัญญัติไว้ 10. ออก พ.ร.ฎ. การจัดเก็บเงินสะสม และเงินสมทบ เพื่อเป็นกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง และ 11. ตั้งคณะทำงานติดตาม และประสานงานข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติปี พ.ศ. 2556
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลขอรับขอเสนอทั้งหมดที่จะประสานงาน และปรับปรุงในส่วนของโรงงานนิคม หรือโรงงานต่าง ๆ เพื่อให้สวัสดิการแก่แรงงาน พร้อมติตตามข้อเสนอต่าง ๆ ทั้งหมด และร่วมกันทำงานกับกระทรวงแรงงาน คณะกรรมการ เพื่อเป็นแกนกลางในการประสาน ประโยชน์ ความสุข และสวัสดิการ การคุ้มครองพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งในระบบ และนอกระบบ ที่เราจะพัฒนาเติบโตด้วยกัน
นายกฯ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมองเห็นว่ายังมีหลายประเด็นที่เรายังต้องติดตาม และเฝ้าระวังแก้ปัญหาผลกระทบของคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานทุกคน ในส่วนแรกที่เรามองเห็นคือ เรื่องความเสี่ยงของการเลิกจ้าง ในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากการจ้างเริ่มต้นใหม่ ๆ ความคุ้นเคยระหว่างผู้จ้างกับผู้ใช้แรงงาน และส่วนของการปรับเพิ่มของค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ย 39.5% ในเดือนเมษายน ส่วนนี้ก็หวังว่าปีน้องผู้ใช้แรงงานต้องร่วมกันในการหมั่นฝึกฝนฝีมือแรงงานในการพัฒนาคุณภาพให้มากขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานนั้นจะเป็นเกาะป้องกันตัวของเราอย่างดี ในการทำงานต่อไป ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงแรงงานก็มีหลาย ๆ โครงการในการที่จะเสริมคุณภาพให้กับผู้ใช้แรงงานทุกคน นอกจากนี้ เรื่องของการติดตามหลาย ๆ โรงงาน หรือติดตามทางด้านของการฟื้นฟูเยียวยาแรงงาน หลังการฟื้นฟูช่วงภัยพิบัติ ในปี 2554 คงต้องเตรียมการติดตามอย่างต่อเนื่อง และฝากนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการติดตามดูแลช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานกลุ่มนี้ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
นายกฯกล่าวว่า ส่วนที่ 3 คือการเร่ง ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน วันนี้งานฝีมือแรงงงานของเราดีขึ้นอย่างเป็นลำดับ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ทันกับเศรษฐกิจที่เติบโต เพื่อให้ทันกับทิศทางต่าง ๆ นั้น คงต้องมีการเสริมในการเร่งฝึกฝีมือแรงงาน และรวมถึงการที่เราจะเปิดประคมอาเซียน สิ่งหนึ่งภูมิใจมากเพราะทุกคนจะบอกว่าต้องการฝีมือแรงงานของคนไทย คนไทยนอกจากจะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบในการทำงาน มีวินัย และฝีมือคุณภาพแรงงานที่ดี ยังไม่รวมถึงแรงงานฝีมือด้านอื่น ๆ ที่หลายภาค หลายประเทศนั้นให้ความภาคภูมิใจ เราต้องเร่งนำจุดนี้ให้เป็นจุดแข็งของเรา ในการที่จะพัฒนายกระดับแรงงานไปสู่แรงงานที่มีฝีมือในอนาคต หมายถึงคุณภาพและรายได้ของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน
นายกฯกล่าวว่า ส่วนที่ 4 คือ การทบทวนลักษณะของข้อมูลด้านการจ้างงาน การว่างงาน หรือฤดูการทำงาน รวมถึงวิธีการทำงานต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป มีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้า แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราอยากได้ข้อมูลของพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน ทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อภาครัฐจะร่วมกันบูรณาการ ในการที่เสริมสร้างคุณภาพความเข้มแข็ง และที่สำคัญคือส่วนหนึ่งจะได้เป็นข้อมูลในการตอบโจทย์จากพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่เรียกร้องต่าง ๆ ที่ยังคงมีปัญหาอยู่ จะได้นำมาบูรณาการในการแก้ไขทั้งระบบอย่างถูกวิธี ซึ่งหลาย ๆ ข้อที่ทางท่านประธานผู้จัดงานได้เรียกร้องอย่าง เช่น การยกระดับสำนักงานประกันสังคม หรือการดูแลสถานที่ต่าง ๆ รายได้ การคุ้มครองแรงงาน ข้อมูลทั้งหมดนี้ควรจะนำมาพิจารณาประกอบกับสภาวะต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และประกอบกับทิศทางความต้องการการใช้แรงงานของประเทศในอนาคตด้วย เพราะในอนาคตข้างหน้า เรายังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ โครงงานใหญ่ ๆ อีกมากมาย นั่นคือการหมายถึงเราต้องการผู้ใช้แรงงาน ในหลาย ๆ สาขาอาชีพ
นายกฯกล่าวว่า โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ 2 ล้านล้านบาท จะกระจายการใช้แรงงานทั่วประเทศ อันนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราอยากเร่งในการพัฒนาฝืมือแรงงาน ภาษาอังกฤษ การสื่อสารกับประเทศเพื่อนบ้าน เราจะทำอย่างไรในการที่จะรองรับนี้ เราต้องการการทำงานร่วมกัน และเห็นด้วยที่จะมีการตั้งคณะทำงานในการบูรณาการความต้องการ ปัญหาแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ และสวัสดิการต่าง ๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกันและทำงานอย่างใกล้ชิด ขอฝากภารกิจนี้ให้กับรมว.แรงงาน เพื่อที่จะดูพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่าน
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้การพัฒนาทักษะและเราดำเนินการให้มีรายได้ต่อวันไม่น้อยกว่าวันละ 300 บาท ทุกพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ซึ่งส่วนนี้ถือว่าเป็นความจำเป็นเพียงพอต่อขั้นพื้นฐาน เชื่อว่าถ้าเราพัฒนาฝีมือมาก ค่าแรงต่างๆ ก็จะสูงตาม ประสิทธิภาพมาก็ได้มาก และผู้จ้างการก็เต็มใจที่จะจ่าย นั้นคือสิ่งที่เราอยากเห็นทิศทางนี้ ในการที่จะปรับปรุงคุณภาพต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนั้นมาตรการที่ภาครัฐดูแลนั้นที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพราะถ้าผู้ประกอบการมีรายได้ที่ดี ผู้ประกอบการจะสามารถดูแลสวัสดิการของผู้ใช้แรงงาน เราได้มีการดูแลผลกระทบจากการบรรเทา การปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน เช่น การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม หรือการเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs หรือโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ร่วมมือกัน รวมถึงมาตรการทางการเงินในเข้าถึงแหล่งเงินทุน มาตรการภาษีต่าง ๆ รวมถึงการตั้งคณะทำงานที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการมีปัญหาในกิจการ และสุดท้ายส่งผลกระทบกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับด้านสุขภาพ เราได้มีการบูรณาการ 3 กองทุนเข้าด้วยกัน เป็นการบูรณาการเพื่อให้กองทุนสวัสดิการของราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้ดูแลพี่น้องคนไทยทุกคนอย่างเสมอภาคและมีมาตรฐานเดียวกัน และเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ควรจะดูแลพี่น้องประชาชนทุกคน โดยกรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจากเดิมต้องรอในการที่สอบถามสิทธิ แต่เราถือว่าการเจ็บป่วยของพี่น้องประชาชนมีความสำคัญต้องได้รับการดูแล และรักษา โดยเฉพาะกรณีที่เจ็บป่วยถึงแก่ชีวิตนั้น ต้องรักษาชีวิตเป็นอย่างแรก ก็ได้ผนวกบริการต่าง ๆ เหล่านี้เข้าไป รวมถึงคุณภาพในการรักษาพยาบาลด้วยเช่นกัน
นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลได้ประกาศการบูรณาการร่วมกันในหลาย ๆ กระทรวง รัฐบาลตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 เป็นศูนย์ช่วยเหลือเรียกว่า one stop service ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเป็น เด็ก สตรี ผู้ใช้แรงงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่ตั้งครรภ์ เป็นศูนย์ที่คอยช่วยเหลือ หากได้รับการดูแลอย่างไม่เป็นธรรม และได้รับการทำความรุนแรงต่าง ๆ กับผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ ศูนย์นี้จะบูรณาการอย่างครบวงจรที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคน ซึ่งศูนย์มีจำนวน 20,000 กว่าศูนย์ที่จะเป็นจุดรับเรื่องราวต่าง ๆ โทรมาที่ 1300 เช่นเรื่องของโรงพยาบาล สถานที่ต่าง ๆ นั้นเราจะเริ่มมีการพัฒนาในอีก 2 เดือนข้างหน้า อันนี้เป็นอีกจุดที่เรียนว่าภาครัฐให้ความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน
สำหรับแรงงานนอกระบบ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้จำนวนพี่น้องที่มาลงทะเบียนแรงงานนอกระบบนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีอีกจำนวนมากที่ยังไม่ลงทะเบียน เราอยากได้ข้อมูลเพื่อที่จะร่วมกันในการช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานนอกระบบ ให้สามารถที่จะมีหลักประกันในการดำเนินชีวิต และการลดความเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งที่ภาครัฐไม่เคยมองข้าม อีกส่วนหนึ่งคือแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ รัฐบาลจะเร่งในการช่วยเหลือ เรื่องของการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย และมาตรฐานสำคัญต่าง ๆ สินเชื่อ สำหรับแรงงานที่จะเดินทางไปต่างประเทศ และรวมถึงการร่วมกันการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ เพื่อความปลอดภัยและการลดค่าใช้จ่ายที่จะไปทำงานในต่างประเทศ ในเรื่องของสถานที่ต่าง ๆ เรียนว่าโรงงาน รัฐบาลได้มีการประกาศ และจัดให้มีโครงการโรงงานสีขาว เพื่อให้โรงงานต่าง ๆ เป็นมิตรกับประชาชน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคอยดูแลสุขภาพของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากพิธีเปิดเสร็จสิ้นนายกฯก็เดินทางกลับทำเนียบรัฐบาลทันที ขณะที่นายกฯเดินไปขึ้นรถตู้ที่จอดข้างเวที พิธีกรที่อยู่บนเวทีได้กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า นายกฯนั่งรถทะเบียน 2924 ดังนั้นวันที่ 2 พ.ค.พวกเรามีความหวังกันแล้วจะได้รวยสักที จากนั้นผู้ใช้แรงงานก็พากันกรูไปถ่ายรูปรถนายกฯ





