วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นพดล'ลั่นพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์

"นพดล"ลั่นพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ กรณีลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับคำฟ้องในคดีที่ป.ป.ช.ยื่นฟ้องในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาว่า ตนพร้อมไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะตนไม่เคยมีเจตนาฝ่าฝืนมาตรา 190 ของ รัฐธรรมนูญปี 50 เลย แต่มาตรา 190 ไม่ชัดเจน คลุมเครือจนต้องมีการแก้ไขถึง 2 ครั้ง นอกจากนี้ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายในปี 2551 ก็แนะนำว่าแถลงการณ์ร่วมไม่เข้าข่ายมาตรา 190 เพราะไม่เป็นหนังสือสัญญาและไม่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปเติมคำว่า “อาจ” เข้าไปในมาตรา 190 และตัดสินว่าแม้คำแถลงการณ์ร่วมไม่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตแต่ “ อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต” ซึ่งถือว่าตัดสินเกินรัฐธรรมนูญ

เรื่องนี้วุฒิสภาเคยลงมติไม่ถอดถอนผม และอัยการก็สั่งไม่ฟ้องผมแล้ว เพราะเห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิด แต่ป.ป.ช.ก็ยังอยากจะฟ้องเองโดยตั้งทนายฟ้อง และการบรรยายฟ้องก็เต็มไปด้วยความเท็จและเป็นการใส่ร้าย เช่น ระบุว่าผมย้ายท่านทูตวีระชัยเพราะท่านฑูตไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ร่วม ซึ่งเป็นความเท็จ ถ้าไม่เชื่อก็ควรไปถามท่านทูตจะดีที่สุด

นอกจากนี้ ยังกล่าวหาว่าผมลุกลี้ลุกลนอำพรางเสนอเรื่องเข้าสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยกระดาษแผ่นเดียว ซึ่งก็เป็นความเท็จ เพราะมีการประชุมเป็นขั้นเป็นตอน และที่ประชุมก็เห็นด้วยกับคำแถลงการณ์ร่วม ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารที่ร่วมประชุมในขณะนั้น

"ขอย้ำอีกครั้งว่า คำแถลงการณ์ร่วมที่ทำไปกระทำเพื่อปกป้องดินแดนพี้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทำร่วมกับเพื่อนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านทูตวีระชัยก็ยืนยันว่ากัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทและไม่รุกล้ำแนวเขตแดนตามมติครม. ดังนั้นแนวทางของแถลงการณ์ร่วมจึงเป็นการปกป้องดินแดนพื้นที่ทับซ้อน และคณะทนายที่ต่อสู้คดีในศาลโลกก็เห็นว่าคำแถลงการณ์ร่วมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทย และต้องการใช้ยื่นเพื่อต่อสู้คดี แต่ศาลปกครองได้ตัดสินให้แถลงการณ์ร่วมเป็นโมฆะไปแล้วจึงไม่สามารถใช้อ้างอิงได้ ผมพร้อมที่จะไปต่อสู้คดีในศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผม เพราะผมปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ และทำไปเพราะมีเจตนาปกป้องดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร และหวังว่าศาลจะให้ความยุติธรรม"นายนพดลกล่าว