"อภิสิทธิ์"ชี้เสนอปลดผู้ว่าการธปท.ปัญหาใหญ่ของรัฐบาล แนะพูดคุยภายใน ระบุความเห็นต่างเรื่องดอกเบี้ยเป็นเงื่อนไขความขัดแย้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรองปลัดกระทรวงการคลังเสนอให้มีการปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หากปล่อยให้การบริหารเศรษฐกิจไปสู่ภาวะลดความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง และเป็นการลดความน่าเชื่อถือโดยฝ่ายรัฐบาลเอง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น เคยย้ำว่าเรื่องแบบนี้ต้องคุยกันภายในให้เรียบร้อย และปรับความคิด ความเข้าใจ และการประเมินเศรษฐกิจให้ตรงกัน ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ที่สุด ทั้งนี้ดูแล้วเห็นว่าเรื่องการลดดอกเบี้ยถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง เพราะโดยลำพังดอกเบี้ยตัวเดียวไม่สามารถแก้ทุกปัญหาได้ จึงต้องคุยกันว่าจะใช้เครื่องมือหรือนโยบายใดทำอะไรซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามว่า การที่มีแรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้การบริหารของธนาคารแห่งประเทศไทยขาดความเป็นอิสระหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ตัวธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งยังเชื่อว่าทั้งกรรมการและผู้ว่าการธปท. ต้องทำหน้าที่ตรงไปตรงมาและรักษาความเป็นอิสระ เพื่อให้เกิดความมั่นใจเรื่องวินัยทางการเงินการคลัง ซึ่งหากข้อมูลใดที่กระทรวงการคลัง หรือ รมว.คลัง ประเมินไม่ตรงกับธนาคารแห่งประเทศไทยก็ควรแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ให้ได้ข้อยุติจะดีที่สุด เพราะหากธนาคารแห่งประเทศไทยคิดว่าเครื่องมือที่เขาจะใช้เรื่องการดูแลเงินกู้คือเรื่องดอกเบี้ย หากรัฐบาลอยากเอาดอกเบี้ยไปทำอย่างอื่นก็ต้องแก้ปัญหาเงินเฟ้อในส่วนรัฐบาล เช่น ไม่กู้เงิน ไม่ขาดดุลมากเท่าที่เป็นอยู่ หากรัฐบาลยอมก็คุยกันได้ แต่หากบอกว่าเครื่องมือที่เขาใช้ทำหน้าที่หลักนั้นไม่ให้ใช้ และไม่มีอะไรมาทดแทนเขาก็ละเว้นหน้าที่เขาไม่ได้
ต่อข้อถามที่ว่า มีการหยิบเงื่อนไขทางกฎหมายว่ามีความเสียหายร้ายแรงแล้ว สมควรปลดผู้ว่าการ ธปท. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องแจกแจงออกมา เพราะกำลังพูดถึงอัตราเงินกู้ดอกเบี้ยนโยบายที่ต่างกัน 25 สตางค์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าหากเปลี่ยนแปลงจริงจะส่งผลไปสู่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เงินฝากในระบบมากน้อยแค่ไหน แต่หากพูดถึงความเสียหายเรื่องการแทรกแซงค่าเงินก็ต้องไปดูอีกว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
"ผมอยากให้พูดคุยเป็นการภายในและหาข้อยุติที่ทำให้การบริหารเศรษฐกิจราบรื่น ไม่ควรไปสร้างปมปัญหาการบริหาร ระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นมา"นายอภิสิทธิ์ กล่าว





