"ยิ่งลักษณ์"เรียกหน่วยงานความมั่นคงถกไฟใต้ ยันไม่เลื่อนเจรจา รับกลุ่มติดป้ายผ้าหวังร่วมวงพูดคุย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.จักรชัย ภู่เจริญยศ เสนาธิการทหารเรือ พล.อ.อ.อารยะ งามประมวญ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่นายกฯเดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 22 ที่ประเทศบรูไนตารุสซาลาม ระหว่างวันที่ 24-25 เม.ย.
พล.ท.ภราดร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ว่า ที่ประชุมได้ติดตามการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ว่าขับเคลื่อนอย่างไรและมีปัญหาอะไรเพื่อจะได้สนับสนุน โดยจะเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงลักษณะนี้ทุกสัปดาห์ ส่วนที่ ร.ต.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศปก.กปต. เสนอให้มีการตั้งสำนักงานของ ศปก.กปต.นั้น ขณะนี้ยังคงใช้พื้นที่ใน สมช.ยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมโดยการใช้สถานที่อื่น เพราะได้มีการปรับระเบียบในพื้นที่ตึก สมช.แล้ว
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ที่มีอย่างต่อเนื่องนั้น ขณะนี้ยังคงจับภาพที่จุดเกิดเหตุในพื้นที่ซึ่งยืนยันว่าอยู่ในพื้นที่ควบคุมไม่ออกไปไหน โดยนายกฯ ได้ยืนยันการแก้ปัญหาโดยใช้สันติวิธี และเน้นช่องทางที่จะสื่อสารพูดคุยกับทุกกลุ่ม โดยฝ่ายความมั่นคงได้ทำความเข้าใจกับนายกฯ แล้ว เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามปฏิบัติการในแง่จิตวิทยาการเมือง นอกจากนี้ นายกฯ ต้องการให้งานพัฒนากับงานความมั่นคงทำงานคู่ขนานและมีความรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นปัญหา โดยเน้นภาพรวมว่า งานพัฒนาพื้นฐานให้ทางสภาพัฒน์มาช่วยเสริมควบคู่กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพ.ค.กำลังพล อส. ตำรวจ จะลงพื้นที่เพิ่มเติม จะทำให้ภาระของทหารเบาลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า อาจมีการเลื่อนการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นในวันที่ 29 เม.ย.ออกไป พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อน เพราะการเลื่อนต้องมีความเห็นพ้องของทั้งสามฝ่าย ทั้งฝ่ายไทย มาเลเซีย และขบวนการ การพูดคุยต้องเป็นไปตามนโยบาย และยังคงต้องหาช่องทางที่จะพูดคุยหลายกลุ่มมากขึ้น ทั้งนี้ สำหรับตัวแทนที่จะเดินทางไปพูดคุยครั้งนี้ จะใช้กรอบเดิมคือ 15 คน โดยนั่งโต๊ะเจรจา 9 คน ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มพูโลเข้ามาเพิ่มเติม และตอนนี้คาดว่าจะมีหลายฝ่ายและกลุ่มอื่นเข้ามาเพิ่มเติม
เมื่อถามว่ายังมีกลุ่มที่คัดค้านการพูดคุยโดยการติดป้ายในหลายพื้นที่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ความหมายของเขาไม่ได้คัดค้านการพูดคุย แต่ต้องให้คนในพื้นที่รับรู้ เขาไม่ได้ปฏิเสธการพูดคุย ตามหลักภาษาศาสตร์แล้ว เขาเห็นด้วย แต่ขอให้พูดคุยกับคนในพื้นที่ ทั้งนี้ได้เห็น ในเร็วๆ นี้ เพราะนัยของการแขวนป้ายคือ เขาเห็นด้วยกับการพูดคุย แต่การพูดคุยจะต้องถามความเห็นของคนในพื้นที่





