128 ส.ส.ปชป.ยื่นถอด"สมศักดิ์"ปมไม่เป็นกลางขัดรธน.-ข้อบังคับประชุมร่วมรัฐสภา "ถาวร"เชื่อประเด็นที่เสนอเอาผิดได้แน่
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา นำ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ผ่านนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่รักษาราชการแทนประธานวุฒิสภา เพื่อขอถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ออกจากตำแหน่ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ที่ให้อำนาจวุฒิสภาถอดถอนบุคคลที่ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือ ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย โดยนายถาวร กล่าวว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนว 128 คนได้ร่วมลงชื่อในหนังสือดังกล่าวตามสิทธิ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ประกอบ มาตรา 271 เพื่อยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์ หลังจากที่พบพฤติกรรมที่ส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ในครั้งที่มีการดำเนินการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
นายถาวร กล่าวต่อว่า นายสมศักดิ์ ในฐานะประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 วรรคสอง และมาตรา 137 ที่ระบุให้ประธานสภาฯ ต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ และดำเนินกิจการของรัฐสภาให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม รวมถึงทำผิดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553 ข้อ47, ข้อ 59 วรรคสอง ว่าด้วยการเสนอปิดอภิปรายและไม่มีผู้คัดค้าน เพราะในวันที่ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมศักดิ์ ได้จงใจปิดการอภิปรายของผู้ที่มีชื่อใช้สิทธิ์อภิปราย ทั้งที่มีผู้อภิปรายค้างอยู่และเหลือเวลาการอภิปรายอีก 8 ชั่วโมง ทั้งนี้ประเด็นที่ยื่นถอดถอนยังมีพฤติกรรมของการรวบรัดสรุปวันแปรญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
"ในวันนั้นแม้จะมีคนทักท้วงว่าเป็นการทำผิดข้อบังคับ แต่ประธานรัฐสภายังคงดึงดันออกคำสั่งปิดการอภิปราย เพื่อออกเสียงลงคะแนนรับหลักการวาระที่หนึ่งทันที โดยมีข้อสังเกตประเด็นนี้ว่าเพื่อต้องการให้เป็นไปตามทิศทางที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่นายสมศักดิ์สังกัด มีความต้องการ" นายถาวร กล่าว
ด้านนายสุรชัย กล่าวว่าหลังจากรับเรื่องดังกล่าว วุฒิสภาจะใช้เวลา 15 วันเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องของการลงลายมือชื่อและครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด เมื่อถูกต้องแล้วจะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากผลของการตรวจสอบพบว่าไม่มีมูลเรื่องก็จะตกไป หากป.ป.ช.รับตรวจสอบแล้วพบข้อเท็จจริงตามคำร้องก็จะส่งให้ วุฒิสภาพิจารณาลงมติถอดถอนต่อไป


