ประชาชนชาวเชียงใหม่ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 คึกคัก คาดรู้ผลไม่เป็นทางการ 19.00 น.
เวลา 07.45 น. วันที่ 21 เม.ย.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.เชียงใหม่ โรงเรียนบ้านหนองโค้ง ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฝ่ายบริหารงานเลือกตั้ง พร้อมคณะเดินทางมาเพื่อตวจดูความเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.(แทนตำแหน่งที่ว่าง) เขตเลือกตั้งที่ 3 โดยที่โรงเรียนบ้านหนองโค้ง นอกจากเป็นที่ตั้งของสำนักงาน กกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 ยังเป็นสถานที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้งที่ 4 , 5 , 6 เทศบาลเมืองต้นเปา โรงเรียนบ้านหนองโค้ง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้นายประพันธ์ ได้เดินตรวจดูความเรียบร้อยยังหน่วยเลือกตั้งทั้ง 3 หน่วยก่อนถึงเวลาเปิดหีบลงคะแนนในเวลา 08.00 น. โดยมีประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมารอตรวจสอบรายชื่อยังบอร์ด และยื่นเอกสารประจำตัวเพื่อใช้สิทะกันตั้งแต่เช้า จากนั้นเมื่อถึงเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจึงเปิดให้ประชาชนที่มารอใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งหน่วยเลือกตั้งที่ 6 มีนายธงชัย ไตรรส อายุ 46 ปี ชาวบ้านต.ต้นเปา มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นคนแรก หลังตรวจดูความเรียบร้อยที่โรงเรียนบ้านหนองโค้งแล้ว นายประพันธ์และคณะได้เดิทางไปตรวจดูความเรียบร้อยที่หน่วยเลือกตั้งบ้านป่าสักงาม ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่ประชาชนต้องลงเรือเพื่อไปใช้สิทธิ
นายประพันธ์ กล่าวว่า สภาพอากาศวันนี้ปลอดโปร่งดีไม่น่ามีปัญหาเรื่องดินฟ้าอากาศ คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์ดลือกตั้งถึง 73% สำหรับภาพรวมการบริหารจัดกาเลือกตั้งก็ไม่มีปัญหาอะไร จากการรับฟังรายงานของเจ้าหน้าที่เมื่อเช้าที่ผ่านมาเหตุการณ์ยังปกติ
ส่วนการทำผิกฎหมายเลือกตั้งเมื่อคืนที่ผ่านมายังไม่มีรายงานเข้ามา แต่มีเรื่องที่ กกต.เชียงใหม่ รับร้องเรียนมาทั้งหมด 5 เรื่อง คือ เรื่องขนคนในการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 12 เม.ย. เรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวไม่เป็นกลาง เรื่องการใส่ร้ายป้ายสี การข่มขู่ และล่าสุดตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด จับคนสงสัยซื้อเสียง ซึ่งกกต.กำลังสืบสวนสอบสวนอยู่
นายประพันธ์ กล่าวว่า คาดว่าหลังปิดหีบลงคะแนนในเวลา 15.00 น. และมีการนับคะแนนจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในเวลา 19.00 น. ว่าใครได้รับการเลือกตั้ง คิดว่าการนับคะแนน่าจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่นับคะแนนให้เข้มงวดเรื่องการนับคะแนน วินิจฉัยบัตรดี-เสียอย่างรอบคอบ โดยให้ติดตัวอย่างไว้ที่หน่วยเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีการแข่งขันที่รุนแรง เจ้าหน้าที่จึงต้องละเอียดรอบคอบ
"เรื่องร้องเรียนทั้ง 5 เรื่อง กกต.เชียงใหม่ กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวน หากสามารถวินิจฉัยได้ภายใน 30 วัน ก็จะวินิจฉัยทันที แต่ถ้าเกิน 30 วันก็ต้องประกาศรับรองผล แต่หลังจากนั้นถ้าผลสืบสวนสอบสวนออกมาอย่างไร พบมูลความผิดว่าผู้สมัครได้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต.ก็จะไปยื่นคำร้องที่ศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ซึ่งการพิจารณาสำนวนคำร้องต้องละเอีดยรอบคอบ เหมือนกรณีเขาพระวิหารที่ใช้เวลากว่า 3 ปี เรื่องการให้ใบเหลืองใบแดงก็เช่นเดียวกันต้องรอบคอบ"นายประพันธ์ กล่าว





