นักวิชาตั้งคำถามข้าราชการสู้เพื่อชาติคดีปราสาทพระวิหาร แต่นักการเมืองฝั่งรัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อใครกันแน่!
ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ประเมินแนวโน้มหลังผ่านสัปดาห์อันดุเดือดของการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารภาค 2 ระหว่างไทยกับกัมพูชา พร้อมข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
ดร.ถวิลวดี กล่าวว่า หลังจากนี้รัฐบาลน่าจะเน้นทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาปราสาทพระวิหารและชายแดนไทย-กัมพูชาต่อไป โดยย้ำจุดยืนของการอยู่ร่วมกันในบริบทอาเซียน เพราะการถ่ายทอดการแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลกได้ทำให้สังคมไทยหันมาสนใจปัญหานี้มากขึ้น โดยสนใจในแง่ของสาระข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะแผนที่
"การต่อสู้คดีหลายส่วนทำให้เราภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ในสื่อสังคมออนไลน์มีการนำภาพเก่าๆ ที่คนทั่วไปไม่ค่อยเคยเห็นมาแชร์กัน เช่น ภาพอาจารย์ศิลป์ พีระศรี พาลูกศิษย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรขึ้นไปบูรณะตกแต่งบนปราสาทพระวิหาร รวมทั้งการทำหน้าที่ของข้าราชการที่สู้คดีอย่างเต็มที่ สมกับที่เป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประเทศชาติ และประชาชน"
"แต่โจทย์สำคัญในลำดับต่อไปคือการทำความเข้าใจ เพราะการต่อสู้คดีมีการกล่าวหากันไปมา ไม่รู้ข้อมูลของใครถูกหรือผิดกันแน่ เราเป็นคนไทยก็จะเชื่อว่าหลักฐานของเราถูก สิ่งเหล่านี้เป็นการบ้านที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการ เนื่องจากต้องไม่ลืมว่าทั้งไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกัน และต้องร่วมมือกันสร้างบ้านใหม่คืออาเซียนให้สงบสุข"
ดร.ถวิลวดี ยังตั้งคำถามถึงบทบาทของนักการเมืองว่า ในขณะที่ข้าราชการประจำปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่เพื่อประเทศชาติ ก็มีคำถามว่าแล้วนักการเมืองได้ทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะการฉวยจังหวะของ ส.ส.รัฐบาล ในช่วงที่ประชาชนกำลังสนใจเรื่องคดีปราสาทพระวิหาร เร่งเลื่อนวาระร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมา ทั้งๆ ที่สังคมยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าหลักการของการนิรโทษอยู่ตรงไหน และกฎหมายฉบับนี้มีขอบเขตอย่างไร ที่สำคัญคือเร่งผลักดันไปเพื่อใครกันแน่





