วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.สส.วอนคนไทยรวมเป็นหนึ่งสู้คดีพระวิหาร

ผบ.สส.ขอคนไทยรวมเป็นหนึ่งสู้คดีพระวิหาร ยันไทย-เขมรอยู่อย่างสันติได้ แม้ศาลไม่ตีความคดี เชื่อปชช.พอใจทีมทนายไทยให้การ

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพครั้งที่ 4 ประจำปี 2556 โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุม โดยก่อนเข้าร่วมประชุมพล.อ.อ.ประจิน ได้เป็นประธานประดับเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศให้แก่ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหมและภริยา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และภริยา

ภายหลังการประชุมผบ.เหล่าทัพ พล.อ.ธนะศักดิ์ แถลงว่า ในที่ประชุมได้เน้นย้ำเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงและการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยให้กับประชาชนที่เดือดร้อน 40 กว่าจังหวัด ซึ่งกองทัพทำงานเต็มที่

ส่วนกรณีที่ทางไทยได้เข้าให้การด้วยวาจาต่อศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหารนั้น เชื่อว่า ทุกคนมีวิจารณญาณ ซึ่งเราทีมทำงานแถลงชัดเจน โดยกองทัพมีหน้าที่สนับสนุนข้อมูล รายละเอียด รักษาความมั่นคง รักษาความสงบ และรักษาความสัมพันธไมตรี ทั้งนี้เรายังส่งเจ้าหน้าที่ข้อมูล เจ้าหน้าที่เทคนิค เจ้ากรมแผนที่ทหารร่วมคณะไปที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ส่วนผู้ที่พิจารณา ผู้ต่อสู้ ผู้คาดการณ์ก็ว่ากันไป แต่อยากให้ถามผู้รับผิดชอบโดยตรงจะดีกว่า ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้ โดยเราได้เตรียมข้อมูลไปชี้แจงอย่างมีเหตุผล และเป็นไปตามความเป็นจริงทุกอย่าง

"ผมเชื่อมั่นในตัวผู้พิพากษาว่า เป็นผู้ทรงคุณธรรม และเป็นผู้ที่มีเหตุผล มั่นใจว่า จะตัดสินอะไรออกมาในสิ่งที่เหมาะสม และถูกต้อง ซึ่งทุกคนคงพอใจต่อการให้การของไทยคล้าย ๆ กัน แต่ขึ้นอยู่กับมุมมอง ทั้งนี้ยืนยันว่า ประเด็นต่าง ๆ ที่ทางกองทัพให้ไปครบถ้วนและใช้ได้หมด ส่วนการดูแลความสงบรียบร้อยตามแนวชายแดนเป็นไปตามปกติ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ยังงงว่า เหมือนจะมีอะไรหรือเปล่า แต่ความจริงทุกอย่างยังเป็นปกติ และภาพความสนิทสนมระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชายังเป็นปกติ และเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี และทั้ง 2 ประเทศอยู่ในกฎกติกา ส่วนกรณีที่กลุ่มม็อบทวงคืนเขาพระวิหารออกมาเคลื่อนไหวนั้น ถือเป็นการแสดงออก และเรื่องนี้จบไปแล้ว เพราะพล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำได้ฝากธงชาติไทยไว้กับทหารแล้ว เข้าใจว่า ทุกคนรักชาติหมด และทุกคนมีวิถีทางที่ทำ ส่วนผู้ที่รับผิดชอบที่จะต่อสู้คดีก็ทำเต็มที่ คนไทยควรให้กำลังใจ ซึ่งหากใครมีช่องทางดี ๆ สามารถส่งความคิดเห็นไปยังกระทรวงการต่างประเทศได้"พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณที่นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่า หากศาลไม่ตีความเรื่องเขตแดนจะทำให้ไทยและกัมพูชาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้ติดตาม และทราบว่า ทั้งฝั่งโน้นและฝั่งนี้ระบุว่า ไม่ว่า คำตัดสินออกมาอย่างไรก็อยู่เป็นเพื่อนกัน สนิทกันได้ ทุกคนรู้อยู่แล้ว ไม่อยากพูดเยอะ เพราะพูดเยอะจะไม่ดี ทั้งนี้ยืนยันว่า กองทัพทั้ง 2 ชาติมีความสนิทสนม ชายแดนมีความมั่นคง หากมีปัญหาอะไรสามารถโทรคุยกันได้ ไม่มีอะไรเข้าใจผิดกัน ตนมั่นใจว่า คณะทำงานทำเต็มที่ พวกเราต้องให้กำลังใจ กองทัพมีกฎระเบียบอยู่ เราทำตามขั้นตอน อะไรจะเกิดขึ้น รัฐบาลต้องนำเข้าสู่การพิจารณา และนำเข้าสภา หรือต้องผ่านความคิดเห็นของประชาชน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ว่าอะไรที่กระทบต่อความมั่นคงหรือกระทบอธิปไตย เมื่อกฎของประเทศเป็นอย่างไรเราต้องทำตามนั้น คนตัดสินใจไม่ใช่เรื่องทหาร การเสนอข่าวเรื่องเขาพระวิหาร จะเขียนให้เขาทะเลาะหรือรักกันก็ได้ หรือจะเขียนให้เข้าใจรวมเป็นหนึ่งก็ได้ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยต้องรวมเป็นหนึ่ง เพราะเราต่อสู้คดีอยู่

เมื่อถามว่า พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรยังเป็นพื้นที่ของไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เรามีเอ็มโอยู 43 อยู่ ดังนั้นต้องรอผลสรุปที่จะออกมา