วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรพงษ์'ยันทนายฝ่ายไทยสู้คดีพระวิหารได้

"สุรพงษ์"สายตรงจากเฮก ชี้แจง 5 ประเด็น ระบุคณะดำเนินคดีของไทยโน้มน้าวศาลโลกได้

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังทีมทนายความของไทยชี้เเจงต่อสาลโลกในการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารว่า ทางฝ่ายไทยได้ให้ข้อเท็จจริง โต้แย้ง เพื่อหักล้างข้อมูลที่กัมพูชา ชี้แจงเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายไทยได้เน้นย้ำใน 2 แนวทาง คือ ขอให้ศาลไม่รับพิจารณาตามที่กัมพูชา ยื่นร้องขอให้ศาลโลกตีความอาณาบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร และหากรับพิจารณาคดี ก็ขอให้พิจารณาว่าไม่มีเหตุใดที่จะต้องตีความ เพราะศาลเคยได้พิจารณาไปแล้วเมื่อปี 2505 และได้ปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลกสมบูรณ์แล้ว

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า โดยภาพรวมในวันนี้ทางฝ่ายไทยได้ชี้แจง 5 ประเด็น คือ 1.การตีความในครั้งนี้เป็นซ้อนคำอุทธรณ์ของกัมพูชา เพื่อพลิกคำพิพากษาที่ศาลเคยได้ตัดสินไปแล้ว โดยไทยได้ชี้แจงว่า คดีดังกล่าวได้ไปจบแล้ว แต่กัมพูชา ขอให้ศาลตัดสินเรื่องเขตแดน 2.กัมพูชาพยายามชี้แจงว่าเขตแดนต้องไปเป็นตามภาคผนวก 1 ซึ่งศาลก็เคยได้ปฏิเสธที่จะตัดสินไปแล้วปี 2505 เนื่องจากศาลได้ตัดสินตามแผ่นที่ภาคผนวก 1 ว่าปราสาทพระวิหารเคยเป็นของไทยหรือกัมพูชา ไม่ใช่ตัดสินเรื่องเขตแดน 3.ทีมทนายไทยได้ชี้แจงให้เห็นว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กัมพูชาเรียกร้อง และอ้างว่าเป็นเรื่องใหม่ ทั้งที่จริงเกิดขึ้นตั้งแต่กัมพูชาเคยนำปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกปี 2550 ไทยจึงชี้ให้เห็นว่าไทยกับกัมพูชา เคยตกลงเรื่องเขตแดนตามเอ็มโอยู 2543

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า 4.ไทยได้ชี้ให้ศาลเห็นว่า พื้นที่ใกล้เคียงตามคำพิพากษาปี 2505 กับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กัมพูชาเรียกร้องไม่ใช่พื้นที่เดียวกัน เนื่องจากกัมพูชาไม่เคยนำหลักฐานมายืนยันในเรื่องดังกล่าว 5.เส้นมติครม.เมื่อปี 2505 ไทยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล ที่ถือเอารั้วลวดหนาม เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับพื้นที่ใกล้เคียงปราสาท แต่กัมพูชา ไม่เคยทักท้วงว่าไทย ไม่ทำตามคำพิพากษาของศาล รวมทั้งความไม่ชอบมาพากลของเอกสารหลักฐานที่กัมพูชาใช้ในศาลครั้งนี้ โดยเอกสารแผ่นที่มีหลายชุด แผ่นที่ที่ใช้ในปี 2505 กับครั้งนี้ก็แตกต่างกัน เนื่องจากครั้งนี้กัมพูชาได้ใช้แผ่นที่ของไทยเมื่อปี 2505 นำมาดัดแปลง นอกจากนี้ยังมีกรณีที่กัมพูชาได้กล่าวอ้างว่า ไทยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ซึ่งทีมทนายไทย ก็ได้ชี้แจงว่าไทยปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ก.ค.54 ซึ่งไม่มีเหตุการณ์ปะทะกันแนวชายแดน และไม่มีการสูญเสียชีวิต

ขณะที่ ไทยกับกัมพูชา ได้มีการหารือและดำเนินการร่วมกัน รวมทั้งยังมีการบันทึกการประชุมไว้เป็นหลักฐานมาโดยตลอด ปัจจุบันความสัมพันธ์ไปเป็นด้วยดี และช่องทางกลไกการพูดคุย โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่เขตแดนที่สามารถพูดคุยกันได้ คือช่องทางตามเอ็มโอยู 2543 ที่ทั้งฝ่ายได้ลงนามร่วมกัน การชี้แจงต่อศาลโลกของฝ่ายไทยในวันนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศ จะทำเป็นลายลักษณ์อักษร และเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจต่อไป