คนเสื้อแดงรวมตัวจี้กฤษฎีกาเร่งส่งร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้รัฐบาลดันเข้ารัฐสภา หวังปล่อยตัวนักโทษการเมือง
กลุ่มคนเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆกว่า 1,000 คน นำโดย น.ส.สุดา รังกุพันธ์ ได้ร่วมตัวกันดำเนินกิจกรรมนำดอกกุหลาบสีแดงไปวางที่บริเวณลานประติมากรรม และบริเวณอนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์ พร้อมกับเดินทางไปท้วงถามความคืบหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกฎษฎีกา นอกจากนี้ได้มีการออกแถลงการณ์ในนามของ “แนวร่วม 29 มกราปลดปล่อยนักโทษการเมือง” เรื่อง การติดตามทวงถามร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับเหยื่อความขัดแย้งทางการเมืองจากคณะกรรมการกฤษฎีกา มีใจความว่า ตามที่คณะรัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ส่งร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้ง ให้แก่คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อขอความเห็นทางกฎหมาย
โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำกับสื่อสาธารณะหลายแห่งว่า ต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้าตั้งแต่ก่อนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 แล้วนั้น เนื่องด้วยกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ประชาชนผู้เป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากได้มีนัโทษการเมืองได้เสียชีวิตในเรือนจำแล้ว 2 คน ขระที่ถูกจองจำ โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว เนื่องจากถูกกล่าวหาโดยรัฐ และถูกเลือกปฎิบัติเพราะความเห็นต่างทางการเมือง คระของเราในนาม “แนวร่วม 29 มกรา ปลดปล่อยนักโทษการเมือง” จึงใครขอทราบว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาทำความเห็นส่งคืนไปยังคณะรัฐฐาลแล้วหรือยัง ทางแนวร่วม 29 มกราปลดปล่อยนักโทษการเมืองขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย โปรดดำเนินการเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วน และขอให้รัฐบาลเร่งนำร่างกฎหมายไปดำเนินการพิจารณาต่อไป
น.ส.สุดา กล่าวว่า ในการเดินทางมารวมตัวกันของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้มาจากหลายจังหวัดหลายพื้นที่ อาทิ เชียงใหม่ มหาสารคาม อุบลราชธานี และขอนแก่น เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองตั้งแต่เหตุการณ์ 19 กันยา 2549 แม้ก่อนหน้านี้จะได้มีการเสนอร่างนิรโทษกรรมไป แต่ระยะเวลาก็ล่วงเลยมานานยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรนักโทษการเมืองบางส่วนยังถูกคุมขังอยู่ไม่ใช่มีแค่ 33 คนความจริงแล้วยังมีอยู่อีกหลายร้อยคนมีอยู่ 1,857 คนที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ดังนั้นอยากวิงวอนให้รัฐบาลสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมมือกันช่วยเหลือประชาชนให้ได้ข้อยุติเพราะเขาเหล่านี้อยู่ในสภาวะไม่ต่างจากเหตุการณ์ 6 ตุลาที่ต้องตกเป็นนักโทษทางการเมือง หากความยุติธรรมมาช้าไม่ใช่แค่เป็นความอยุติธรรม แต่จะทำให้นักโทษการเมืองเหล่านี้ต้องตายไปด้วย อย่างไรก็ตามทางออกทางเดียวที่จะช่วยได้คือ การออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่จะช่วยปลดปล่อยให้ความเป็นธรรมกับประชาชนได้แล้วความปรองดองจึงจะเกิดตามมา





