รัฐมนตรีสาธารณสุข ยืนยัน การปรับระบบค่าตอบแทนใหม่ บุคลากรทางการแพทย์ไม่กระทบ ขณะที่รมว.พลังงานวอนปชช.ประหยัดไฟต่อเนื่อง
น.พ.ประดิษฐ์ สินธวรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ว่า จากกรณีที่รัฐบาลเตรียมจะปรับระบบการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เป็นการจ่ายตามภาระงาน ซึ่งมีเสียงคัดค้านจากแพทย์บางกลุ่มนั้น
หากพิจารณากันตามวัตถุประสงค์ของการจ่ายเงินของบุคลากรทางการแพทย์นั้น ที่สธงต้องทำก็เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพราะที่ผ่านมาจะเป็นการจ่ายแบบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ต้องมีการทำความตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านงบประมาณ
ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลรู้สึกพอใจหลังผ่านสถานการณ์พลังงาน ในวันที่ 5 เมษายน 2556 ได้ด้วยดี ซึ่งเป็นช่วงที่พม่าหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศไทย ระหว่างวันที่ 5-14 เมษายนนี้ เนื่องจากประชาชนให้ความร่วมมือในการประหยัดพลังงานลงได้ 800 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงกับภาคอุตสาหกรรมที่ลดใช้ไฟลง 900 เมกะวัตต์ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้า ในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 24,955 เมกะวัตต์ จากที่คาดการณ์ว่าจะมีการใช้ไฟสูงถึง 26,600 เมกะวัตต์ หรือต่ำกว่าประมาณการ 1,700 เมกะวัตต์
“เรามั่นใจว่าจะรับมือกับสถานการณ์ได้ และหากพม่าต้องเลื่อนการซ่อมบำรุงท่อก๊าซออกไปจากแผน เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้า เพราะเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์ ที่มีการใช้ไฟอยู่ในระดับต่ำประมาณ 15,000-20,000 เมกะวัตต์”
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า การใช้น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติในช่วงที่พม่าหยุดจ่ายก๊าซนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าอัตโนมัติผันแปร หรือ FT สำหรับภาคประชาชน
ส่วนแผนการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวนั้น รัฐบาลจะมีการผลักดันให้สร้างโรงไฟฟ้าให้ได้ ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน และภาคอุตสาหกรรม โดยในส่วนที่มีการต่อต้าน แยกเป็น 2 ส่วน หากเป็นการต่อต้านทางวิชาการ ถ้าเป็นเรื่องทำลายสิ่งแวดล้อม เกิดมลภาวะ ก็ยอมรับได้ แต่ถ้าทำถูกต้องตามระเบียบมาตรฐานทุกอย่าง เช่น ถ่านหิน ตอนนี้เขามีถ่านหินสะอาด ยังมีการต่อต้านอยู่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประชาชนต้องทำความเข้าใจ ต้องดูว่าถ้าไม่มีไฟฟ้าจะอยู่อย่างไร ถ้ามีต้นทุนที่แพงขึ้นจะสู้กับคนอื่นอย่างไร





