I snap 4 เม.ย.กฟภ.ตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ไฟฟ้าช่วงพม่าหยุดจ่ายก๊าซ วอนทุกฝ่ายลดใช้ กฟผ. ยันสำรองมีเพียงพอ
กฟภ.ตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ไฟฟ้าช่วงพม่าหยุดจ่ายก๊าซ วอนทุกฝ่ายลดใช้ กฟผ. ยันสำรองมีเพียงพอ ไม่มีปัญหาไฟขาดแคลน แต่หวั่นพายุฤดูร้อนส่งผลกระทบเสาไฟฟ้าเสียหาย
นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า กฟภ.จะตั้งศูนย์ฉุกเฉิน (วอร์รูม) ในกรุงเทพ ระหว่างวันที่ 5-14 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่พม่าหยุดส่งก๊าซให้ไทย เพื่อติดตามตรวจสอบ และประสานงานการจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ หากเกิดเหตุไฟฟ้าดับ เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ทันที ถ้าหากเกิดเหตุไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างจะประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เพื่อหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขได้ตรงจุด โดยพื้นที่จุดเสี่ยงจะเกิดไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ คือเมืองท่องเที่ยว และเมืองอุตสาหกรรม เช่น ชลบุรี พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมรถโมบาย ดีเซล จำนวน 120 คัน ขนาด 50-1,000 กิโลวัตต์ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าสำรองได้ประมาณ 30-40 เมกะวัตต์ รองรับกรณีฉุกเฉิน พร้อมสั่งให้การไฟฟ้าทุกจังหวัดตรวจสอบอุปกรณ์และแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างทันท่วงที
"ภาคอุตสาหกรรมได้ขอความร่วมมือลดการใช้พลังงานในช่วงวันที่ 5 เม.ย. ซึ่งได้รับความร่วมมือดี คาดว่าจะลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 100 เมกะวัตต์" นายนำชัย กล่าว
นายนำชัย กล่าวว่า กฟภ.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู กับสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ NEDA ที่ว่าจ้างให้ กฟภ. เป็นที่ปรึกษา งานศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำแบบก่อสร้าง โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าในเมืองย่างกุ้ง พม่า วงเงิน 12 ล้านบาท โดยกำหนดศึกษาให้เสร็จภายใน 6 เดือน หลังจากนั้นจะนำผลการศึกษาปรับปรุงระบบไฟฟ้าในเมืองย่างกุ้งต่อไป คาดว่าจะใช้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจาก NEDA ประมาณ 1,000 ล้านบาท
ด้านนายพงษ์ดิษฐ พจนา รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. ในฐานะโฆษกกฟผ. กล่าวว่าขณะนี้มีความพร้อมสำหรับมาตรการป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ ในช่วงที่พม่าหยุดส่งก๊าซ เนื่องจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชนได้ร่วมกันประหยัดพลังงาน ทำให้ในวันที่ 5 เม.ย. มีกำลังผลิตสำรองไฟฟ้าประมาณ 1,660 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่คาดว่าจะอยู่ที่ 26,600 เมกะวัตต์ ได้อย่างแน่นอน และช่วงวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ จะมีกำลังผลิตสำรองในระบบประมาณ 1,400 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า
"ดังนั้นประชาชนจึงไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาไฟตกไฟดับ หรือไฟฟ้าขาดแคลนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทุกภาคส่วนควรช่วยกันใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพตามความจำเป็น และสนับสนุนมาตรการตามโครงการรวมใจคนไทย สู้วิกฤตไฟฟ้าของรัฐบาล"
อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 5-14 เม.ย. กฟฝ.กังวลกับข้อมูลการคาดหมายสภาพอากาศล่วงหน้าของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า จะมีความกดอากาศต่ำ เนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศ มีอากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมด้านตะวันออกของประเทศไทย จึงอาจมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลมกระโชกแรง พายุฝนฟ้าคะนอง และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้มีเหตุเสาไฟฟ้าล้ม ไฟดับได้ในบ้างพื้นที่





