"ดีเอสไอ" เล็งเชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก ชี้ขาดประเด็นโต้ตอบระหว่างรมว.สธ.กับอภ.
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก พื้นที่ 80 ไร่ ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี วงเงิน 1,441.70 ล้านบาท ขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ว่า ภายหลังน.พ.วิฑิต อรรถเวชกุล ผอ.อภ.ได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในการก่อสร้างโครงการดังกล่าวแล้ว ดีเอสไอพบว่า มี 2 ประเด็นที่ต้องสอบสวนในเชิงลึกคือ 1. การแยกสัญญาออกแบบก่อสร้างออกเป็น 4 บริษัท 4 สัญญา เพราะตามปกติโครงการก่อสร้างมักจะจัดทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเป็นสัญญาเดียว ซึ่งอภ.ชี้แจงว่าเป็นเพราะมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติงบประมาณให้แบบผูกพัน 4 ปี ทำให้ต้องแยกสัญญาเพื่อให้สะดวกกับใช้จ่ายงบประมาณ โดยในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะทำหนังสือเรียกสำนักงบประมาณเข้าชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการแยกสัญญา
นายธาริต กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2. คือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสเปคเครื่องจักรจากการผลิตวัคซีนเชื้อตายเป็นเครื่องจักรผลิตวัคซีนเชื้อเป็น ซึ่งประเด็นนี้ยังเป็นข้อโต้เถียงไปมาระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับอภ. โดยฝ่ายรมว.สาธารณสุข ระบุว่าเชื้อตายเป็นประโยชน์กว่าตรงข้ามกับอภ.ที่ระบุว่าเชื้อเป็นมีประโยชน์กว่า ดังนั้นต้องตรวจสอบเบื้องต้นว่าการแก้ไขสเปคถูกต้องหรือไม่ และระหว่างวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อเป็นและเชื้อตายแบบไหนมีประโยชน์กว่ากัน โดยเบื้องต้นพบว่ามีการอ้างถึงองค์การอนามัยโลก(WHO) ดังนั้น ดีเอสไอจะประสานขอให้ฮูส่งผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนเข้าให้ข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลชี้ขาดว่าวัคซีนจากเชื้อใดมีประโยชน์กว่ากัน และเชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยสากลที่ได้รับการยอมรับเข้าให้ข้อมูลเปรียบเทียบด้วย





