วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วีรวิท'หนุนแก้รธน.เพิ่มถ้อยคำร่างแก้ให้ชัด

"ส.ว.วีรวิท"หนุนแก้รธน. แต่ขอเพิ่มถ้อยคำในร่างแก้ไขให้ชัดเจน-ย้ำอย่าแก้เพื่อตัวเอง

พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ส.ว.สรรหา อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ในวันที่สอง ว่า ตามประเด็นที่แต่ละฝ่ายได้อภิปรายเกี่ยวกับการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 3 ฉบับ มีเหตุผลที่ตนรับฟังได้ แต่ในบางประเด็นอยากให้มีการแก้ไขถ้อยคำ อาทิ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ที่ระบุให้ประชาชนที่รับทราบการกระทำที่ล้มล้างการปกครอง ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้พิจารณาข้อเท็จจริงก่อนอัยการสูงสุดยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตนอยากให้กำหนดกรอบเวลาที่อัยการสูงสุดจะพิจารณาข้อเท็จรจริง เช่น ถ้าภายใน 30 วันอัยการสูงสุดไม่ส่งสำนวน หรือ คำฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้, มาตรา 237ว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง ตนเห็นด้วยที่ไม่มีการยุบพรรค แต่ต้องระบุถ้อยคำเพื่อให้กรรมการบริหารพรรครับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลในพรรคการเมืองที่ทำผิดกฎหมาย, มาตราที่ว่าด้วยที่มาของ ส.ว.ตนไม่ขัดข้องที่แก้ไข แต่ควรเป็นการแก้ไขที่มีผลใช้บังคับกับสมาชิกวุฒิสภาสมัยต่อไป หลังจากที่ส.ว.ชุดปัจจุบันหมดวาระไปแล้ว และที่สำคัญตนไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดบทเฉพาะกาลให้ส.ว.สรรหา ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะหมดวาระดำรงตำแหน่ง

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรให้มีการตกผลึกและยึดกับข้อมูลทางวิชาการ มากกว่าให้ความเห็น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใดต้อเกิดการยอมรับ เพื่อไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เข้ามามีอำนาจต้องแก้ไขซ้ำซ้อนอีก อย่างเช่น มาตรา 190 ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยขอแก้ไขสมัยเป็นรัฐบาล และเมื่อพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลก็กลับมาขอแก้ไขอีก ที่สำคัญอย่าแก้เพื่อประโยชน์ตนเอง มันน่าอาย” พล.อ.อ.วีรวิท อภิปราย

ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่ามาตรา 190 ต้องมีการแก้ไข เพราะมีตัวอย่างที่ทำให้ตัวแทนของรัฐบาลขายขี้หน้า กรณีที่ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศจีน และประเทศไทย ร่วมหารือและมีข้อตกลงคุ้มครองการเดินเรือขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขง หลังจากเกิดเหตุเรือขนส่งสินค้าโดนปล้น แต่เมื่อมีข้อตกลงกันแล้ว ผู้แทนรัฐบาลไทยไม่สามารถลงนามข้อตกลงดังกล่าวได้ เพราะเกรงว่าจะขัดมาตรา 190 จึงต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเห็นชอบก่อน ทั้งนี้ในบทบัญญัติ มาตรา 190 ที่แก้ไขยังคงระบุเรื่องเขตอำนาจอธิปไตยจึงถือว่าหากมีสัญญาระหว่างประเทศไทยที่ทำให้ไทยเสียดินแดนก็ค่อยให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติ