วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'เชื่อแก้รธน.รวบอำนาจมากกว่าปฏิรูป

"อภิสิทธิ์"ชี้ร่างแก้รธน.ทั้ง 3 ฉบับเพื่อรวบอำนาจมากกว่าปฏิรูปการเมือง -ประชาธิปไตย ซัด"นิคม"ไร้ธรรมาภิบาล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ตามที่สมาชิกรัฐสภาได้มีการเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาและยืนยันว่าไม่ขอรับหลักการโดยมองว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นการรวบอำนาจมากกว่าเพื่อแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตย หรือการปฏิรูปการเมือง อีกทั้งเป็นการรุกคืบอำนาจต่อรองผลประโยชน์ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งไม่ปรองดอง ซึ่งตนมีเหตุผลที่อธิบายได้ว่า ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ว่าด้วยหนังสือสัญญา ที่ต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา ยอมรับว่ามาตราดังกล่าวมีปัญหาจริง เพราะมีข้อความที่ทำให้หน่วยงานภาคปฏิบัติไม่แน่ใจว่าหนังสือสัญญาใดเข้าข่ายต่อรัฐธรรมนูญ มาตราดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้นแนวทางแก้ไขคือการออกกฎหมายลูกเพื่อระบุให้ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาใด หรือกรอบเจรจาใดที่เข้าข่าย ดังนั้นถ้ารัฐบาลนำเสนอกฎหมายลูกส.ส.พรรคประชาธิปไตยพร้อมจะสนับสนุน

นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่าสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 เพื่อไม่ให้มีการยุบพรรคการเมือง และไม่ต้องลงโทษหัวหน้าพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรคการเมือง ตนมองว่าไม่สามารถแก้ไขความไม่รับผิดชอบของนักการเมืองที่ต้องใช้ความสุจริตในการเลือกตั้ง หรือรักษาความเที่ยงธรรมได้ รวมถึงในมาตรา 5 ของร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ยังเขียนนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่กระทำความผิดในอดีต ตนจึงมองว่าไม่เป็นการปฏิรูปการเมือง ดังนั้นถ้ายืนยันว่าจะไม่ให้มีการยุบพรรค ต้องระบุถึงความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรครวมถึงกรรมการบริหารพรรคการเมือง ต่อกิจกรรมใด ๆ ของสมาชิกพรรคที่ทำผิดกฎหมายด้วย แต่ถ้ายังระบุว่าพรรคการเมืองไม่ต้องรับผิดชอบ และไม่ต้องรับผิดชอบ ตนมองว่าคนเป็นนักการเมืองต้องแสดงความพร้อมที่จะรับผิดชอบสูงกว่านี้

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายด้วยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เป็นการจำกัดสิทธิ์ไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญได้ตามเจตนารมย์ ทั้งนี้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนอยู่แล้วว่า การยื่นเรื่องให้พิจารณาเกี่ยวกับการกระทำของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรืออัยการก็ได้ ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ เท่ากับเป็นการแก้ไขที่สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้บุคคลที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ยืนยันว่าจะไม่ใช่เป็นใบเบิกทางเพื่อรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

นายอภิสิทธิ์ อภิปรายด้วยว่าสำหรับประเด็นการแก้ไขที่มาของส.ว.โดยแก้ไขในประเด็นการไม่จำกัดวาระดำรงตำแหน่ง เพื่อต้องการเสียงสนับสนุนจากบุคคลที่ต้องการดำรงตำแหน่งมากกว่าหนึ่งวาระ ทั้งนี้ปัญหาของการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรมนูญ เพราะไม่คำนึงถึงหลัก ไม่แยกแยะ และไม่สนใจว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเอื้อให้กับตนเองหรือไม่ ดังนั้นประเด็นนี้คือปัญหาของการเมืองไทย ต่อให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ หรือแก้รัฐธรรมนูญกี่ฉบับก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

"เช้านี้นายนิคม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสปริงนิวส์ ระบุว่าไม่ถอนตัวทำหน้าที่ประธาน เชื่อพรรคประชาธิปัตย์ตีรวนประวิงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ พวกผมยืนยันว่าไม่ประวิงเวลา พวกผมเปิดทางแล้วให้ท่านถอนชื่อร่วมการเสนอญัตติ ที่ผมบอกให้ถอนชื่อ ใช่ว่าเมื่อถอนชื่อแล้ว ใจท่านจะกลับมาเป็นกลาง แต่เป็นการเรียกร้องเพื่อความสง่างามในการปฏิบัติหน้าที่ หากพวกเราไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างตามเจตนารมย์ของประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล ปัญหาบ้านเมืองก็แก้ไขไม่ได้" นายอภิสิทธิ์ อภิปราย