สภาป่วน รอบ 2 หลัง"สุนัย"กล่าวหา คนวางแผนยึดอำนาจ ทำส.ส.ปชป. ลุกฮือให้ถอนคำพูด ลามไปถึงไล่"นิคม" ลงจากบัลลังก์อีกรอบ
ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตร นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ไม่ได้รังเกียจส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง และที่น่ากลัวที่สุดคือ มาตรา 111 คือ ส.ว.แต่งตั้ง ซึ่งเป็นเลขสัญลักษณ์ของความไม่เป็นธรรมในบ้านเมืองนี้ แต่ที่ตนแปลกใจที่สุดคือ คนยึดอำนาจ คนที่แสดงตัวเป็นประชาธิปไตย แต่ใฝ่เผด็จการ สำนวนจีนบอก คนพวกนี้คือ"ปีศาจ ปากคาบคัมภีร์" ถึงได้เกิดการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอยากถามว่า มาตรา 113 ที่บอกว่า การดึงอำนาจศาลมาเป็นบุคคลสรรหาส.ว. จะมีความสามารถสรรหา ได้จริงหรือ แล้วใครเป็นผู้สรรหา ใช่คนที่อยู่ข้างหลัง เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติตัวจริงหรือไม่ และผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งส.ว.สรรหา ก็เหมือนผลัดกันเกาหลังของแท้ เพราะหากองค์กรที่มีอำนาจในการแต่งตั้งส.ว.สรรหา กระทำผิดแล้วส.ว.เหล่านี้ จะกล้าถอดถอนหรือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายสุนัย อภิปรายพาดพิงว่า ประธานศาลฎีกา เลขาศาลฎีกา ได้นั่งวางแผนในการยึดอำนาจที่ผ่านมา จึงทำให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ใช้สิทธิลุกขึ้นประท้วง ขอให้นายสุนัย ถอนคำพูด อย่าพาดพิงบุคคลภายนอก ซึ่งระหว่างนั้นนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประรัฐสภา ได้ขึ้นมาทำหน้าที่ประธานการประชุมอีกครั้ง นายนิคม จึงได้ขอให้นายสุนัย ถอนคำพูด แต่นายสุนัย ไม่ยอมถอนคำพูด และระบุว่า คนที่พูดเรื่องนี้คือพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกฯ จากนั้นทำให้นายนิพิฏฐ์ ได้ลุกขึ้นประท้วง โดยขอให้นายสุนัย ได้ถอนคำพูด แต่นายสุนัย ได้กล่าวว่า ตนยอมถอนคำพูด แต่ขอแลกกับการประท้วงการทำหน้าที่ของนายนิคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างนั้นทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นับ 10 คน ลุกขึ้นยืน เพื่อประท้วงการทำหน้าที่ของนายนิคม อาทิ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม นายอภิชาต สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี เป็นต้น ทำให้นายสุนัย ตอบโต้ว่า อาการเก่า กำเริบอีกแล้ว อาการกำเริบขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับมาอีกแล้ว ท่านประธานระวังเขาจะบุกขึ้นไปลากบนเก้าอี้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เกิดการโต้เถียงกันไปมา ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการชี้หน้ากัน จนเกิดการปะทะคารมกันระหว่าง นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ และ จสต.ประสิทธิ์ ชัยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จนนายกุลเดช ได้ท้าให้จสต.ประสิทธิ์ ไปเจอกันนอกห้อง แต่จสต.ประสิทธิ์ ไม่ได้ลุกตามออกไป ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ตะโกนเตือนประธานฯ ขอให้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภามาคุ้มกันและให้ระวังเก้าอี้จะโดนลากลงจากบัลลังก์ แต่ที่สุดนายนิคมได้ให้พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ส.ว.มุกดาหาร อภิปรายต่อ บรรยากาศจึงเริ่มดีขึ้น
นายนิคม ชี้แจงว่า ไม่ได้ทำผิดข้อบังคับอะไรสักอย่าง และตนรู้ว่า ตนสวมหมวกใบไหน การเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ตนไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง ขอยืนยันว่า ตนทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุม อย่าไปทึกทักว่า ตนไม่มีความเหมาะสม และหากตนทำหน้าที่ผิด ก็ขอให้ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงลุกขึ้นประท้วงอย่างต่อเนื่อง จนนายนิคม ไม่สามารถควบคุมการประชุมได้ และได้สั่งให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นั่งลง แต่ไม่มีใครให้ความร่วมมือ จนทำให้นายนิคม ลุกขึ้นยืนทำหน้าที่
จนกระทั่งนายสุนัย กล่าวว่า เห็นใจ และขอยินยอมถอนคำพูด เพราะรู้เจตนาของคนบางกลุ่มที่จะขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญนี้เป็นประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม และตนไม่ได้พาดพิงใคร เพราะรู้ว่า เขาตั้งใจล่อประธานเป็นหลัก และขอยินดีที่จะหยุด ตนไม่ได้ยอมจน เพราะแพ้ต่อคนพาล แต่ทำเพื่อประธาน





