"วัฒนา"เผยไต๋แก้ม.309เป็นคิวถัดไป ระบุ"คนหล่อ"ทำตัวแย่กว่าปฏิวัติ เหตุเสวยสุขจากผลของการยึดอำนาจ
นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าตนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับและ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 โดยหากอนาคตมีการแก้ไขมาตราดังกล่าวตนจะเป็นคนแรกที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน เนื่องจากเห็นว่ามาตรา 309 เป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักนิติธรรมอย่างรุนแรง และเมื่อมีการแก้ไขเท่ากับเป็นการคืนอำนาจของประชาชนที่ถูกปล้นไป และหากมาตราที่ไม่ถูกหลักดังกล่าวแก้ไขแล้ว มีคนบางคนได้ประโยชน์ตนเห็นว่าไม่เป็นไร แต่หากมาตราที่ไม่ถูกต้อง แล้วไม่แก้ เพราะกลัวว่าบางคนไม่ได้ประโยชน์เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
"หลังจากที่แก้ไขมาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคแล้ว มาตราต่อไปคือ มาตรา 309 เพราะมีบทบัญญัติที่ขัดกับหลักนิติธรรม หรือเรียกว่าเป็นหลักนิติธรรมที่มาจากปลายกระบอกปืน ทั้งนี้เราต้องเคารพหลักประชาธิปไตย ที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ ดังนั้นท่านอย่าดูถูก หรือ คิดแทนประชาชน ผมมองว่า คนที่ยึดอำนาจของประชาชนเลวที่สุดแล้ว คนที่เสวยสุขจากผลของการยึดอำนาจ หรือ ทำตัวหล่อนั้นแย่ยิ่งกว่า" นายวัฒนา กล่าว
ต่อมานายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวไม่เห็นด้วยในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะถือเป็นการลดสิทธิอำนาจของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ให้สิทธิประชาชนในการปกป้องระบอบการปกครองฯ โดยที่ประชาชนสามารถยื่นเรื่องผ่านอัยการหรือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ ซึ่งเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยวินิจฉัยไว้แล้ว แต่ขณะนี้กลับต้องการที่จะแก้เพื่อเอาอำนาจมาอยู่ในมือของรัฐโดยผ่านกลไกลของอัยการสูงสูด ซึ่งถือเป็นเครื่องมือของรัฐ การกระทำเช่นนี้จึงถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันสำหรับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ตนเห็นว่าการยุบพรรคเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองถือว่าเป็นส่วนสำคัญ แต่พรรคการเมือง หรือนักการเมือง ก็ไม่มีสิทธิที่จะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ หรือกระทำการทุจริต คอร์รัปชั่นได้เช่นกัน ดังนั้นหากพรรคการเมืองกระทำการดังกล่าว ก็สมควรที่จะถูกยุบพรรคเช่นกัน ดังนั้นวันนี้ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การยุบพรรค แต่อยู่ที่การกระทำของนักการเมือง และพรรคการเมืองมากกว่า





