"ธาริต"ขึ้นศาลไต่สวนถอนประกัน"พล.ต.ท.สมคิด"ปมฆ่า"โมฮัมหมัด อัลรูไวลี่"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลนัดไต่สวนคำร้อง กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี จำเลยที่ 1 และ 4 คดีร่วมกับพวกอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์ข่มขู่พยานจนเสียหายแก่รูปคดี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 มี.ค .ที่ผ่านมา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เบิกความยืนยันถึงพฤติการณ์ของพวกจำเลยที่เข้าไปยุ่งเหยิง ข่มขู่พยาน จนเสร็จเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้เบิกความ ตอบการซักค้านของทนายความจำเลยทั้งสอง เนื่องจากยังติดขัดเกี่ยวกับเอกสารที่จะใช้เบิกความ และศาลนัดให้นายธาริต มาไต่สวนต่อในวันนี้
เมื่อถึงเวลา ศาลได้อ่านคำเบิกความของนายธาริตทั้งหมด เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้มีการตรวจสอบความถูกต้องจากนั้นจึงเริ่มเบิกความต่อสรุปว่า ในวันที่ 18 มี.ค.2556 ตนได้พบตัวแทนจากประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งตัวแทนได้สอบถามตนว่า การตรวจสอบและการวินิจฉัยคดี จำเลยที่ 1 มีอิทธิพลต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งตนตอบว่า ลำบากใจมากที่จะตอบคำถามนี้ แต่จะขอนำข้อมูลดังกล่าวเสนอต่อศาลอาญา
จากนั้นนายธาริต ตอบคำถามซักค้านทนายจำเลยที่ 1 สรุปว่า ตนเข้ารับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอเมื่อปี 2552 ซึ่งตนไม่ทราบว่าเมื่อปี 2533 พนักงานสอบสวนกรมตำรวจ เคยตรวจสอบคดีนี้มาแล้ว ซึ่งคดีนี้ถูกโอนมาพร้อมกับอีก 2 คดี คือคดีฆ่าทูตซาอุฯ และคดีโจรกรรมเพชรซาอุ ตั้งแต่ปี 2547 ขณะนั้นตนไม่ได้เป็นชุดสอบสอบสวนในช่วงต้น แต่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเมื่อตอนรับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ จึงไม่ทราบว่าในขั้นตอนการสอบสวนต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก ในช่วงต้นจะมีการถ่ายวีดิโอขณะสอบสวนไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ เมื่อทนายความจำเลยที่ 1 ถามว่า ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับพยานหลักฐานใหม่ซึ่งคือแหวนทองที่พบในถังน้ำมัน 200 ลิตร หรือไม่ นายธาริต ตอบว่า ไม่ทราบเรื่องแหวนทองคำ แต่ตนทราบว่าพยานหลักฐานใหม่คดีนี้คือคำให้การที่เป็นสาระสำคัญของ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก และไม่ทราบว่ามีการส่งแหวนให้ทางการซาอุฯตรวจสอบว่าเป็นแหวนของผู้ตายหรือไม่ ส่วนรายละเอียดการสอบปากคำของ พ.ต.ท.สุวิชชัย จะให้การอย่างไรตนยังไม่ทราบ จึงไม่ทราบว่าคำให้การของ พ.ต.ท.สุวิชชัย จะตรงกับคำให้การที่เคยให้การไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่
ส่วนเรื่องการคุ้มครองพยานนั้น นายธาริต เบิกความว่า พยานได้ยื่นหนังสือเพื่อขอความคุ้มครองเมื่อวันที่ 4 ก.ย.55 และดีเอสไอให้การคุ้มครอง แต่อาจจะไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองพยานทั้งหมดก็ได้ อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่า พ.ต.ท.สุวิชชัย ร้องขอให้ดีเอสไอคุ้มครองมาก่อนหน้านี้เป็นเวลานานเท่าไร รวมทั้งเหตุที่ขอร้องให้ดีเอสไอคุ้มครองก็ไม่ทราบ และไม่ทราบว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีดีเอสไอ จะให้การคุ้มครองพยานด้วยวิธีใด แต่ทราบว่ามีการให้การคุ้มครอง พ.ต.ท.สุวิชชัย เป็นพยานตั้งแต่สมัย พ.ต.อ.ทวี แล้ว และไม่ทราบว่า พ.ต.ท.สุวิชชัย เป็นจำเลยหนีหมายศาลจังหวัดมีนบุรีที่มีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าพยานหนีหมายแต่ก็ไม่สามารถส่งตัวให้ศาลจังหวัดมีนบุรีได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จึงไม่ได้สนใจส่งให้ใครมาจับ และไม่ทราบว่าพยานเคยหลบหนีการคุ้มครองหรือไม่





