เพื่อไทยยันรถไฟความเร็วสูง กระจายความเจริญ ทุกพื้นที่ อัดฝ่ายค้าน ค้านแบบศรีธนญชัย ยันแก้รธน.ทำเพื่อปชช.ห่วงโจมตีม.68
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทที่ผ่านสภาฯในวาระแรก มีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า อยากให้นายกรณ์ติดตามการทำงานในอดีตที่เคยเป็นรมว.คลัง ซึ่งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสแต่ไม่ยอมทำ การที่พรรคเพื่อไทยสร้างรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ก็ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ เพราะได้กระจายความเจริญไปทุกพื้นที่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายค้านอย่าค้านทุกเรื่อง ค้านแบบศรีธนญชัย ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะการกล่าวหารถไฟขนผัก ก็ไม่เป็นความจริง เป็นวาทกรรมการเมือง ค้านแบบไม่มีเหตุผล
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในวันที่ 1-3 เม.ย.ว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้เกิดความเป็นประชาธิปไตย เพื่อคืนอำนาจที่ถูกปล้นไปเมื่อปี 2549 ให้ประชาชน โดยส.ส.พรรคเพื่อไทยที่จะร่วมอภิปรายครั้งนี้มี 60 คน ใครถนัดเรื่องใดให้อภิปรายเรื่องนั้น และกำชับส.ส. ให้เข้าร่วมประชุมทั้ง 3 วันอย่างเคร่งครัด รวมถึงขอความร่วมมือจากส.ส.และคณะกรรมาธิการชุดต่างๆให้งดการเดินทางไปต่างประเทศ ภายหลังปิดสมัยประชุมสภาฯในวันที่ 19 เม.ย. มั่นใจว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสามร่างจะผ่านไปด้วยดี ส่วนอนาคตจะมีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพิ่มเติมหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคตค่อยมาว่ากันอีกครั้ง ขณะนี้แก้แค่ 3 ร่างไปก่อน
"ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่างครั้งนี้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่พรรคการเมืองหรือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเมินว่า มาตรา 190 มาตรา 237 และที่มาของส.ว. ไม่น่าเป็นห่วง แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ มาตรา 68 เพราะฝ่ายค้านพยายามจุดประเด็นว่า เป็นการแก้ไขเพื่อลดอำนาจของประชาชนในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และเปิดช่องให้มีการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ยังค้างวาระ 3 อยู่ในสภา ซึ่งเป็นการจินตนาการล่วงหน้า เพราะการแก้ไขมาตรา68 ไม่ใช่การลดอำนาจประชาชน เพียงแต่การยื่นเรื่องต้องผ่านอัยการสูงสุดก่อน เพราะถ้าไม่แก้มาตรา 68 ให้ชัดเจน ประชาชนจะยื่นเรื่องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นหมื่นๆเรื่อง จนทำงานไม่ไหว จึงต้องแก้ไขให้ชัดเจน เพื่อแบ่งเบาภาระศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 ส.ว.คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ก็เป็นคนหน้าเดิมๆที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี50 "นายพร้อมพงศ์ กล่าว


