"เอแบคโพลล์"ชี้ปชช.เกือบ90% คิดว่าปมรธน.เป็นเรื่องใกล้ตัว เสียงกว่า60% อยากเลือกตั้งนายกฯโดยตรง
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ พะเยา เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ นครพนม สกลนคร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา ชุมพร ตรัง และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,153 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 - 30 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน ความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า
ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.9 คิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใกล้ตัว มีเพียงร้อยละ 10.1 เท่านั้นที่คิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องไกลตัว โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.5 ระบุรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันช่วยปกป้องสิทธิมนุษยชน เช่น กรณีการไตร่สวนผลกระทบต่อประชาชนจากมลพิษสิ่งแวดล้อม กากสารพิษ สารตะกั่ว การสูญเสียจากการชุมนุมต่างๆ เป็นต้น
ที่น่าพิจารณาคือ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.7 อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ในขณะที่ร้อยละ 80.6 อยากขจัดนักการเมืองที่ไม่ดีออกไป ร้อยละ 75.1 อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สิทธิได้รับการคุ้มครองแท้จริง ร้อยละ 74.3 อยากทำให้รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐโปร่งใสมากขึ้น ร้อยละ 70.9 อยากเห็นการกระจายทรัพยากรให้ประชาชนครอบครองได้มากขึ้น ร้อยละ 63.6 อยากเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง และร้อยละ 21.1 ระบุอื่นๆ เช่น แยกรัฐบาลออกจากนิติบัญญัติอย่างเด็ดขาด และเกิดความรักความสามัคคีของคนในชาติ เป็นต้น
เมื่อถามถึงความจำเป็นขององค์กรอิสระ เช่น ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญป.ป.ช. และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เป็นต้น พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.9 ระบุภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังจำเป็นต้องมีองค์กรอิสระเหล่านี้อยู่ ในขณะที่ร้อยละ 15.1 ระบุไม่จำเป็น
ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.8 เชื่อว่า หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วความขัดแย้งรุนแรงจะยังไม่จบลง ในขณะที่ ร้อยละ 16.2 เชื่อว่าจะจบลง โดยร้อยละ 41.7 ระบุการชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่างๆ ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันจะมีเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 32.9 ระบุเหมือนเดิม และร้อยละ 25.4 ระบุลดลง
เมื่อถามถึงทางออกของรัฐบาลภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 56.2 ระบุยุบสภาทันทีหลังแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จ ในขณะที่ร้อยละ 43.8 ยังต้องการให้ทำงานต่อไปก่อน





