ปชป.เรียกถกส.ส. 1 เม.ย. วางกรอบอภิปรายแก้รธน. ลั่นค้านรื้อมาตรา 68 ตัดสิทธิปชช.ยื่นฟ้องศาลโดยตรง
นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพรรคร่วมประสานงานฝ่ายค้าน (เลขาฯวิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านในเวลา 09.00 น. ที่อาคารรัฐสภาวันที่ 1 เมษายน ว่า เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาวางกรอบการทำงานในการอภิปรายเกี่ยวกับการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราของรัฐบาล วันที่ 1-3 เมษายน เพราะขณะนี้มีส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนมาก ได้แจ้งความจำนงจะขอเข้าร่วมอภิปรายในครั้งนี้ด้วย จึงจำเป็นต้องมีการวางกรอบว่าจะอยู่ในรูปแบบใด อย่างเช่น กรณีพ.ร.บ.เงินกู้ที่ผ่านมา ที่มีการวางกรอบไว้ 3 อย่าง 1.ความจำเป็นในการกู้ 2.การตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกู้เพื่อมาโกง และ 3.ความไม่เหมาะสมของโครงการในลักษณะต่าง ๆ เช่นกัน
ทั้งนี้ ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านจะมาพิจารณาที่ละมาตราที่รัฐบาลจะเสนอข้อแก้ไข แต่ที่ชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นมาตรา 68 ซึ่งเดิมกฎหมายให้สิทธิกับประชาชนในการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านอัยการ แต่เมื่อรัฐบาลเสนอขอแก้ไขลิดรอนสิทธิของประชาชนให้ไม่สามารถยื่นต่อศาลได้ โดยให้ยื่นเฉพาะอัยการเท่านั้น ทำให้กรณีนี้พรรคไม่เห็นด้วย ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)ได้ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยแน่นอน ส่วนมาตรา 237 เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองที่มีการเสนอขอให้แก้ไขงดโทษการยุบพรรค ต้องมาดูในรายละเอียดว่าเมื่องดโทษแล้ว จะมีโทษใดมาแทนหากมีการกระทำผิด และสามารถโยงถึงกรรมการบริหารพรรคให้เป็นโทษเฉพาะรายบุคคลที่รู้เห็น
นายนริศ กล่าวด้วยว่า ทั้งหมดต้องมาร่วมพิจารณาหาข้อยุติ เพื่อเป็นมติของวิปฝ่ายค้านก่อน ส่วนข้อยุติท่าทีและการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราก็จะขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของส.ส.พรรคแต่ละพรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกประชุมส.ส.พรรคเวลา 10.00 น.วันที่ 1 เมษายน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากส.ส.เป็นรายมาตราเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขณะที่เวลาการอภิปรายเบื้องต้น มีการตั้งเวลาไว้คร่าว ๆ รวม 30 ชั่วโมง แบ่งเป็นอภิปรายวันละ 12 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติในการจัดสรรแบ่งเวลาของวิป 3 ฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และส.ว. ส่วนที่เป็นข่าวช่วงนี้ว่าแต่ละฝ่ายได้เวลาใดนั้น เป็นแค่การนำเสนอของแต่ละฝ่ายเท่านั้นยังไม่มีการคุยรายละเอียด





