สภาเห็นชอบหลักการวาระแรกร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทด้วยคะแนน284ต่อ152 งดออกเสียง21ไม่ลงคะแนน7 ถกนัดแรก 2 เม.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง กล่าวสรุปพร้อมนำเสนอวีดีทัศน์ว่า ขอย้ำว่าร่างพ.ร.บ.นี้ให้อำนาจกู้เงินไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท แน่นอนว่าต้องมีค่าชำระดอกเบี้ยรายปี แต่จะไม่มีการสะสมดอกเบี้ยให้พอกพูนขึ้น โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยเผื่อขาดเผื่อเหลือไว้ถึงร้อยละ 5 เพื่อความมั่นใจว่าจะชำระหนี้ได้ สมมติหากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาจะดำเนินการชำระคืนเงินกู้เร็วกว่านั้นก็ได้ ยืนยันว่าการกู้เงินตามร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ในที่สุดหนี้จะหมดลง ส่วนจะหมดลงตามเวลาที่แถลงไว้หรือไม่ก็อยู่ที่แนวทางดำเนินการ ในอดีตกฎหมายกู้เงินอื่นๆ รวมถึงการกู้เงินเพื่อการบริหารจัดการน้ำ หนี้เหล่านั้นแม้จะน้อยกว่า แต่หากทำลืมเลือนหนี้ก็จะพอกพูน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญตรงนี้ หนี้กองทุนฟื้นฟู 1.4 ล้านล้านบาท
จนถึงขณะนี้ลดลงเรื่อยๆ การที่เราไม่ใช้งบฯประจำปี มิติของงบฯส่วนนี้อาจไม่สามารถทำให้ดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ต่อเนื่องได้ ที่บอกว่าจะมีการเบียดบังไปใช้ในกิจการด้านอื่นนั้น ที่เราออกเป็นกฎหมายเฉพาะแบบนี้ จะรักษาวินัยการคลังเข้มงวดควบคู่ไปกับการนำเข้าสู่งบฯสมดุลในที่สุด การดำเนินการตามโครงการนี้แน่นอนว่าไม่สามารถครอบคลุมได้ทุกจังหวัด แต่จะเกิดผลต่อทุกจังหวัดแน่นอน ไม่มีเจตนาเลือกจังหวัดใดโดยเฉพาะ
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า หากรวมจีดีพี 7 ปีตามโครงการนี้ จะมีมูลค่าถึง 120 ล้านล้านบาท ดังนั้นการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ถือว่าคุ้มค่า ฐานการเงินของไทยที่เข้มแข็งมีเงินทุนสำรองอยู่ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีสภาพคล่องส่วนเกินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ดอกเบี้ยที่เกิดจากการดูดซับสภาพคล่องโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจเจริญขึ้นมีอยู่ การนำมาลงทุนดอกเบี้ยที่ได้จากการลงทุนก็จะไปอยู่กับกลุ่มผู้ออม ที่ผ่านมาสิ่งที่ไม่ได้จ่ายจากค่าดอกเบี้ยก็คือความสูญเสียโอกาสจากระบบคมนาคมขนส่งที่ผ่านมา หากมีการลงทุนตามร่างพ.ร.บ.นี้ จะมีการลงทุนสูงขึ้นกว่าไม่ลงทุนโดยมีนัยยะสำคัญ อนาคตเราจะประหยัดเชื้อเพลิงปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนการดูแลการทุจริต เราจะดำเนินการตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
รวมถึงต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการลงทุนอื่น อาทิ ด้านสิ่งแวดล้อม พ.ร.บ.บริหารจัดการหนี้สาธารณะ และต้องรายงานต่อรัฐสภาทุกสิ้นปีงบประมาณภายใน 120 วัน ยืนยันว่าไม่ให้หนี้สาธารณะเกินร้อยละ 50 แน่นอน แต่เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้อีกร้อยละ 10 เพื่อให้มั่นใจว่าจะจัดการได้ จึงหวังว่าสภาฯจะให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อประโยชน์ประชาชน
จากนั้นเวลา 21.45 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติเห็นชอบหลักการวาระแรก ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนน 284 ต่อ 152 งดออกเสียง 21 ไม่ลงคะแนน 7 ทั้งนี้ใช้เวลาในการพิจารณา 2 วัน ทั้งหมดกว่า 28 ชั่วโมง โดยตั้งกรรมาธิการ 36 คน ครม. 9 เพื่อไทย 14 ประชาธิปัตย์ 9 ภูมิใจไทย 2 ชาติไทยพัฒนา 1 พลังชล-ชาติพัฒนา 1 ใช้ระยะเวลาการแปรญัตติ 30 วัน นัดประชุมครั้งแรกวันที่ 2 เม.ย. ห้อง 3601 และปิดประชุมในเวลา 22.00 น.
รายชื่อกมธ.วิสามัญ 36 คน
รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 36 คน สัดส่วนรัฐบาล 9 คน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยาศาสตร์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม นายจุฬา สุขมานพ นายประภัสร์ จงสงวน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
พรรคเพื่อไทย 14 คน นายอิทธิเดช แก้วหลวง น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ นายไชยา พรหมา นายไพจิตร ศรีวรขาน นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร นายนิทัศน์ ศรีนนท์ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล นายพิชิต ชื่นบาน นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ นายคณวัฒน์ วศินสังวร นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน นายกรณ์ จาติกวนิช นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายวิฑูรย์ นามบุตร นายวิทยา แก้วภราดัย นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ นายเจือ ราชสีห์ นายอนุชา บูรพชัยศรี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายสมชัย จิตรสุชน
พรรคภูมิใจไทย 2 คน นายชัย ชิดชอบ นายโสภณ ซารัมย์
พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และ พรรคพลังชล 1 คน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ





