วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปมร้อน!'ประดิษฐ'ยื่นสอบอภ.สร้างโรงงานวัคซีน

"นพ.ประดิษฐ"เผยยื่นดีเอสไอสอบอภ. เหตุสร้างโรงงานวัคซีนช้า-พารามีปัญหา ด้าน"ผอ.อภ."แจงช้า เพราะพื้นดิน-น้ำท่วม-ทบทวนสัญญาจ้าง

จากกรณีที่นายกมล บันไดเพชร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อให้ตรวจสอบองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เรื่อง การก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน วงเงิน 1.4 พันล้านบาท ซึ่งก่อสร้างมาเป็นเวลาเกือบ 5 ปีแต่ยังไม่แล้วเสร็จ และตรวจสอบการสั่งซื้อวัตถุดิบผลิตยาพาราเซตามอลที่มีข้อสังเกตความผิดปกติ

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้นายกมลดำเนินการยื่นเรื่องต่อดีเอสไอ เนื่องจากพบข้อสังเกต 2 ประเด็นคือ 1 การสร้างโรงงานวัคซีน มีความล่าช้าในเรื่องการก่อสร้างโรงงาน โดยมีการขอให้ อภ.ชี้แจงข้อมูลแล้วหลายครั้งด้วยกัน แต่ไม่ได้รับการตอบรับ ประเด็นที่ 2 จากที่โรงงานเภสัชกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม สั่งซื้อวัตถุดิบผ่านอภ. และพบว่าการปนเปื้อนของในวัตถุดิบตั้งต้นยางพารา

พบข้อสังเกตว่าวัตถุดิบหลายล็อตมีปัญหา แต่ยังมีการสั่งซื้อต่อ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการเปลี่ยนวัตถุดิบจากแบบนำมาผสมเองเป็นแบบพร้อมตอกเม็ดได้ทันทีด้วย รวมทั้งประเด็นของการสั่งวัตถุดิบมาเก็บไว้เป็นเวลานาน ซึ่งตนได้สั่งการให้คืนวัตถุดิบดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และไม่ควรใช้วัตถุดิบที่พบครั้งแล้วครั้งเล่าว่ามีคุณภาพมีปัญหา โดยตั้งแต่สั่งการไป ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว จึงตั้งสมมุติฐานว่าคงไม่มีปัญหาในการคืนดังกล่าว

"การร้องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบ เพื่อชี้แจงต่อสาธารณชน ว่า ปัญหาเกิดจากอะไร มีการจัดการอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยที่ผ่านมา มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายใน ก็ไม่ได้รับความชัดเจนในเรื่องผลการสอบสวนแต่อย่างใด ยังมีบางคำถามที่ไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน และเมื่อถามหาหลักฐานบางอย่างก็ไม่มีให้ ทำให้เกิดความไม่ชัดเจน จำเป็นต้องขอให้คนกลางเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ เพราะหากผมดำเนินการเองก็จะหาว่าผมมีธงในการสอบว่าคนนั้นคนนี้ผิดอีก"นพ.ประดิษฐ กล่าว

นพ.ประดิษฐ กล่าวด้วยว่า การสอบสวนของดีเอสไอจะมีผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการหาคำตอบว่า กระบวนการก่อสร้างนั้นผิดปกติจริงหรือไม่ เพราะตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่สามารถตอบได้ว่า การเปลี่ยนแบบก่อสร้างกลางคันส่งผลกระทบอย่างไร หรือ การใช้เวลาก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนดเดิมผิดปกติหรือไม่ รวมทั้งเรื่องงบประมาณ ซึ่งดีเอสไอ มีอำนาจตามกฎหมาย สามารถเรียก ผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล หรือ ค้นหา ขอเอกสารเพิ่มเติมได้ เพราะที่ผ่านมา ตนพยายามขอข้อมูลไปแต่ไม่ได้รับข้อมูล เช่น กรณีโรงงานที่มีปัญหาในเรื่องการสร้างหลังคาทำให้ล่าช้าไปอีก 6 เดือน เมื่อถามไปก็ไม่มีคำตอบ จึงต้องใช้อำนาจตามกฎหมายทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนที่สุด และเพื่อให้โปร่งใสว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

Wขณะนี้คงต้องดูที่เรื่องก่อนว่าเรื่องเป็นอย่างไรแล้วค่อยดูที่ผู้เกี่ยวข้อง ว่าใครต้องรับผิดชอบ โดย นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.อภ. จะยังคงทำงานอยู่ตามปกติ เพราะโดยหลักฐานขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อเรื่องสอบสวนไปถึงขั้นตอนว่าใครบ้างที่เกี่ยวข้อง แน่นอนว่าผอ.ถือเป็นผู้บริหารสูงสุดในฝ่ายปฏิบัติการ คงต้องมาดูในสุดท้ายว่า ทราบหรือไม่ เรื่องเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีการแก้ปัญหาอย่างไร เพราะทุกอย่างต้องมาจบที่ผู้อำนวยการ จำเป็นต้องมีคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น หากดำเนินการแก้ไขปัญหามาโดยตลอดก็ต้องสามารถอธิบายได้ และถือว่าไม่มีปัญหาอะไร เช่นเดียวกับคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม(อภ.)ก็คงต้องมีการดูด้วยว่าเกี่ยวข้องหรือรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นและมีการพยายามแก้ไขหรือไม่ อย่างไร"นพ.ประดิษฐกล่าว

ด้าน นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.อภ. กล่าวว่ากรณี นพ.ประดิษฐ ส่งข้อมูลให้ดีเอสไอตรวจสอบนั้น ตนมีข้อมูลทุกอย่าง พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเนื่องจากทุกคนปฏิบัติตามหน้าที่ มีหลักฐานการทำงาน ซึ่งโรงงานวัคซีนเป็นการทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานไม่เหมือนโรงงานวัคซีนในอดีต เนื่องจากเทคโนโลยีแบบใหม่ ทำให้ต้องอาศัยความร่วมมือกับต่างประเทศในการถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่น ได้ให้ความช่วยเหลือในการถ่ายทอดเป็นความรู้

นพ.วิทิต กล่าวอีกว่า ความล่าช้าของโรงงานผลิตวัคซีน เนื่องจาก 1. ฐานราก อาคารวัคซีนตั้งอยู่บนพื้นดินที่มีชั้นหินข้างใต้ โดยกรณีที่มีน้ำป่าจะทำให้เสี่ยงเรื่องของฐานรากเกิดการกัดเซาะ 2. น้ำท่วม จึงมีการขยายก่อสร้างตามมติครม. 3.ทบทวนแบบตามสัญญาจ้างของบริษัทที่สร้างโรงงานวัคซีนเพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย ขององค์การอนามัยโลก หรือฮู(WHO) การทบทวนจึงใช้เวลานานพอสมควร และหลังทบทวน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธนบุรี ที่เป็นที่ปรึกษาได้คำนวณแล้วไม่เกิน 45 ล้านบาท ได้นำเสนอคณะกรรมาธิการสาธารณสุขไปหลายครั้งแล้ว ซึ่งทางบริษัทรับเหมาต่อรองไว้ 59 ล้านบาท หากที่ปรึกษาเสนอว่า 45 ล้านบาทเป็นวงเงินเหมาะสม ในสัปดาห์หน้าจะทำหนังสือยืนยันกับบริษัทอีกครั้งว่า หากไม่ดำเนินการจะยกเลิกสัญญา ทั้งนี้ หากไปตามคาดการณ์น่าจะเสร็จในอีก 1-1.5 ปี ทั้งนี้ โรงงานนี้ต้องใช้มาตรฐานสูง ไม่เหมือนโรงงานทั่วไป เพราะไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ต้องมีความปลอดภัยมาก

นพ.วิทิต กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องพาราเซตามอลได้มีการชี้แจงหลายรอบว่าการที่อภ.นำกลับมาผลิตเองอีกครั้ง เพราะเมื่อหลายปีก่อนมีเรื่องคุณภาพในการจ้างผลิต จึงนำกลับมา ดูแลเอง โดยนำเข้าวัตถุดิบมาล็อตแรกเพื่อทดลองผลิต และล็อตที่ 2 อีก 100 ตัน ได้นำเข้ามาตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 2550 แต่เนื่องจากโรงงานเภสัชทหารต้องใช้ 10 ตัน อภ.จึงส่งไปให้ 5 ตัน 2 ครั้ง ขณะนี้ได้ทำเรื่องคืนวัตถุดิบดังกล่าวแล้ว โดยอภ.ยังมีบริษัทที่อยู่ในรายการที่สามารถสั่งซื้อวัตถุดิบได้อีก 2 บริษัท แต่ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนตัวเลขว่า มีความผิดปกติ 19 ล็อตนั้น จริงๆ เป็นตัวเลขที่ดำเนินการมา 5 ปี ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น