วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลื่อนพิพากษาปล้นบ้าน'สุพจน์'เป็น29มี.ค.

ศาลเลื่อนพิพากษา"9 โจรปล้นบ้านสุพจน์ ทรัพย์ล้อม" เหตุหนึ่งในจำเลยไม่มาศาล เฝ้าดูแลแม่ป่วยหนัก นัดอีกครั้งเช้า 29 มี.ค.นี้

ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม หมายเลขดำ อ.347/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 และนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสิงห์ทอง หรือ เสธ.ไก่ ใจชมชื่น ,นายเสาร์แก้ว นามวงค์ , นายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน , นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน , นายวุฒิชัยหรือวุฒิ พันธวารี, นาย วณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา , นายประพันธ์ เรียงเครือ , นายชยธัช หรือ เอก จันนะชัย และน.ส.วาสนา สาเพิ่มทรัพย์ เป็นจำเลยที่ 1 - 9 ในความผิดฐาน ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะ ,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง กระทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพฯ , ร่วมรับของโจร และร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 , 34 0 , 357 , 365 และ 371 กรณีเมื่อวันที่ 12 - 23 พ.ย. 54 เวลากลางคืน จำเลยกับพวกร่วมกัน บุกรุกเข้าไปในบ้านของนายสุพจน์ ผู้เสียหาย ที่ ซ.ลาดพร้าว 62เขตวังทองหลาง แล้วลักเงินสดจำนวน 18,121,000 บาทไป ซึ่งคดีนี้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 9 ก.พ.55แต่อย่างไรก็ดีเมื่อถึงเวลาปรากฏว่า นายบุญสืบ โจมกัน จำเลยที่ 4 ไม่ได้เดินทางมาศาล คงมีเพียงทนายความที่เดินทางมาและได้แถลงต่อศาลว่า จำเลยที่ 4 ดูแลมารดาที่ป่วยอยู่ จึงขอเลื่อนนัดออกไปก่อน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 4 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล แต่มีทนายความรับมอบยื่นคำร้อง ระบุว่า มารดาของจำเลยที่ 4 ป่วยเป็นโรคมะเร็งรังไข่ ที่ผ่านมารักษาอาการด้วยคีโม และเคมีบำบัดตั้งแต่เดือน ก.พ.56 จนถึงวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา และยังมีอาการอ่อนเพลียโดยมีจำเลยที่ 4 ต้องดูแล ซึ่งทนายความได้นำใบรับรองแพทย์และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมาแสดงต่อศาลด้วย

เมื่อกรณีมีเหตุอันสมควร ศาลจึงให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษานี้ออกไป เป็นวันที่ 29 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งเหตุที่นัดฟังคำสั่งพิพากษาในวันดังกล่าว เนื่องจากทนายความได้โทรศัพท์ติดต่อประสานนายประกันและจำเลยที่ 4 แล้วรับว่าสามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาได้ในวันดังกล่าว ศาลจึงกำชับให้ทนายความและนายประกัน นำตัวจำเลยที่ 4 มาศาลตามนัด เช่นเดียวกับจำเลยอื่นที่ได้รับการประกันตัวศาลได้กำชับให้มาศาลฟังคำพิพากษาตามวันนัดด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีแพ่ง ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งทรัพย์สินของนายสุพจน์ อดีตปลัดคมนาคม 64,998,587 ล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบทรัพย์สินแล้วชี้มูลความผิดว่า นายสุพจน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ โดยไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินต่าง ๆ นั้นคดียังอยู่ระหว่างการพิจาราของศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก