"สุรนันทน์"โต้ฝ่ายค้านยิบแจงกู้ 2 ล้านล้านบาทจำเป็น ตรวจสอบได้
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่รัฐบาลกำลังจะเสนอร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราศรัยของผู้นำฝ่ายค้านที่กล่าวหาว่าการกู้ครั้งนี้เป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และซิกแซกเพื่อโกง ว่า ขอชี้แจงดังนี้ 1.การที่รัฐบาลตัดสินใจใช้วิธีการกู้แทนการจัดสรรงบประมาณปกติ ก็เพื่อให้การลงทุนมีความต่อเนื่อง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือกระทบจากความผันผวนทางการเมือง 2.การลงทุนที่จะเกิดขึ้นเสมือนเป็นการลงทุนเพื่อทดแทนการชะงักงันของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา จากเหตุความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่กล้าตัดสินใจของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สถานะเศรษฐกิจของประเทศถดถอยอย่างต่อเนื่อง
3.ในขณะเดียวกัน เมื่อลงทุนโดยเงินกู้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการบริหารเงินการใช้เงินถูกประเภท คือ เป็นการลงทุนในโครงการที่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน ไม่ใช่การกู้ไปลงทุนในโครงการที่เป็น “เบี้ยหัวแตก” แจกของไปทั่วอย่างโครงการไทยเข้มแข็ง วัดผลไม่ได้ ทั้งนี้ภาระหนี้ของประเทศจะไม่เกินร้อยละ 50 ของรายได้ประชาชาติ ซึ่งถึงแม้จะมีภาระไปอีก 50 ปี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นห่วง ด้วยโครงการขนาดใหญ่ย่อมมีภาระที่ต้องผ่อนใช้คืนยาว แต่ผลตอบแทนนั้นยาวกว่าอีกหลายสิบปีหรือร้อยปีด้วยซ้ำ4.สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบ กฎหมายที่รัฐบาลกำลังจะเสนอสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร มีกระบวนการที่รับฟังความคิดเห็นของสาธารณะแต่แรกเริ่ม และมีการอธิบายถึงแนวคิดตลอดจนเสนอข้อมูลอย่างกว้างขวาง ในตัวร่างกฎหมายเองมีบัญชีแนบท้ายเพื่อวางกรอบการลงทุนใน 3 ยุทธศาสตร์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายจะแก้ไขไม่ได้ ดังนี้
5. การเสนอโครงการจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และการพิจารณาอนุมัติโครงการมีความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ โดยกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังพิจารณากลั่นกรองความพร้อม กรอบลงเงิน และแผนการดำเนินงาน ก่อนเสนอ ครม. พิจารณา ทั้งหมดเพื่อป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น และไม่มีการ “ซิกแซก” แต่อย่างใด และจะไม่มีการยกเลิกกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของทางราชการตามที่ฝ่ายค้านโจมตี ทั้งนี้รัฐบาลจะเสนอเอกสารโครงการต่างๆต่อสภาฯในลักษณะ “เอกสารประกอบ” การพิจารณาในลักษณะเดียวกับการเสนอ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งมีกว่า 200 หน้า ดังนั้นที่มีการกล่าวหาว่าการกู้ 2 ล้านล้านไม่มีรายละเอียด จึงไม่เป็นความจริง 6.โครงการทั้งหมดจะมีการเสนอให้ประเมินผลและรายงานต่อรัฐสภาทุกสิ้นปีงบประมาณด้วย 7.รัฐบาลภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจและแนวคิดในการพัฒนาประเทศที่ชัดเจน ที่สำคัญคือการที่ฝ่ายค้านพยายามพูดว่า คิดมาก่อนแล้ว แต่กลับไม่ทำ เป็นการตอกย้ำว่าดีแต่พูด เพราะเมื่อประชาชนได้เลือกให้เข้ามาทำงานแล้วก็ต้องกล้าตัดสินใจและลงมือทำจริง ส่วนฝ่ายค้านที่คิดจะยกร่างพิมพ์เขียวประเทศไทยสำหรับปี 2020 นั้น จะให้เวลาคิดถึงปีดังกล่าว เพราะถึงเวลานั้น โครงการต่างๆของรัฐบาลก็จะเสร็จ ฝ่ายค้านจะได้คิดต่อและพูดต่อได้


