พยานอัยการ อ้างชายถือปืนเอ็ม16ในวัด

พยานอัยการ อ้างชายถือปืนเอ็ม16ในวัด

ศาลไต่สวนการตาย 6 ศพวัดปทุม ฯ พยานอัยการระบุมีชายถือปืนเอ็ม16ในวัดเวลากลางคืน


ขณะที่ทนายญาติผู้เสียชีวิตไม่ปักใจเชื่อพยาน ระบุยังมีข้อพิรุธ ตอบรายละเอียดไม่ชัดเจน ศาลนัดอีก 25 เม.ย.นี้

ศาลไต่สวนคำร้องคดีชันสูตร 6 ศพเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม สำนวนหมายเลขดำ ช.5/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตของนายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1, นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2 ,นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3 , นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4 , น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และ นายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 เพื่อทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุ และพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ซึ่งทั้ง 6 ศพ ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม แยกราชประสงค์ ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

โดยวันนี้อัยการ ผู้ร้อง นำเจ้าหน้าที่ทหารทหารสังกัด ร.31 พัน2 จ.ลพบุรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่บริเวณแยกปทุมวัน-สยามสแควร์ ในช่วงเกิดเหตุ ในวันที่ 19 พ.ค.53 รวม 3 นาย เพื่อจะเบิกความเป็นพยาน ซึ่งศาลเห็นว่าก่อนหน้านี้อัยการได้นำพยานที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดดังกล่าวเข้าเบิกความแล้วจำนวนหลายปาก จึงทำให้ได้ข้อเท็จจริงจากพยานกลุ่มนี้เพียงพอแล้ว และเพื่อให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็วขึ้น จึงให้นำคำให้การของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 3 นาย ที่เคยให้การไว้ในพนักงานสอบสวนมาประกอบการพิจารณาแทนการไต่สวน

ขณะที่อัยการ ก็ได้นำตัว นายอภิสิทธิ์ แสงแก้ว ประจักษ์พยาน ขึ้นเบิกความอีกปาก สรุปว่า พยานกับเพื่อน รวม 6 คน ถูกชักชวนให้ไปทำบั้งไฟหลังเวทีนปช. บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อเป็นอาวุธใช้ยิงใส่ทหาร โดยได้รับค่าจ้างวันละ 500 บาท แต่เมื่อทำไปกลับไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้จึงตัดสินใจเลิกทำ และไปอาศัยอยู่ในวัดปทุมฯ โดยเห็นกลุ่มชายชุดดำเดินอยู่บริเวณภายในวัด ซึ่งช่วงกลางวันจะไม่มีการพกอาวุธ แต่เวลากลางคืนจะถืออาวุธปืนเอ็ม 16 ขณะที่วันเกิดเหตุ พยานยังเห็นปากกระบอกปืนบนชั้น 2 ของกุฎิพระ ยิงใส่กลุ่มทหารที่เดินตรวจตราอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสด้วย นอกจากนี้ในวันเกิดเหตุขณะที่พยาน และกลุ่มเพื่อนเดินออกจากวันเพื่อกลับภูมิลำเนา เพื่อนของพยานทั้ง 5 คน ถูกยิงจนเสียชีวิต ส่วนพยานตกใจกลัวจึงวิ่งกลับเข้าวัดและได้ออกจากวัดทางบริเวณด้านหลัง แต่พบเจ้าหน้าที่ทหารก่อนจะถูกควบคุมตัวส่งตำรวจ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพยานได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้ว

ภายหลังพยานเบิกความแล้วเสร็จ ศาลนัดไต่สวนพยานของอัยการครั้งต่อในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นพยานกลุ่มพนักงานสอบสวนและผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์หลักฐาน

ด้านนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของกลุ่มญาติผู้เสียชีวิต 6 ศพวัดปทุม ฯ กล่าวว่า ในวันนี้ทนายความเราก็ได้ซักถาม นายอภิสิทธิ์ พยานที่ว่าได้เห็นเหตุการณ์ไปแล้ว แต่จากการซักถามพยานปากนี้ เห็นว่า พยานยังมีข้อพิรุธสงสัยอยู่พอสมควร ไม่น่าจะมีน้ำหนักให้รับฟัง เพราะเมื่อถามถึงลักษณะบั้งไฟมีขนาดเท่าใด ก็ทราบเพียงว่าความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้หากจะอ้างว่าใช้ยิงทหาร และเมื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับเพื่อนทั้ง 5 คน ที่ว่าเสียชีวิตก็ไม่สามารถตอบได้ชัดเจน อีกทั้งที่มีการระบุถึงเวลาสลายชุมนุมเวลา 18.00 น. นั้น ก็ยังไม่ถูกต้อง ดังนั้นก็จะต้องไต่สวนพยานต่อไป