วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอพร้อมแจ้งข้อหาสุขุมพันธุ์วันนี้

ดีเอสไอพร้อมแจ้งข้อหาสุขุมพันธุ์วันนี้ คดีการจ่ายเงินค่าบำรุงพรรค บริจาค 2หมื่นบาทขึ้นไป ต้องสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงิน

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการสอบสวนคดีการจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองให้กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยวิธีการให้สภาผู้แทนราษฎรหักเงินเดือน ส.ส.เข้าบัญชีพรรค ซึ่งดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้ารับทราบข้อกล่าวหาด้วยนั้น ล่าลุดได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่แล้วว่าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 มาตรา 57 วรรค 2 ซึ่งระบุว่า การบริจาคแก่พรรคการเมืองตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป จะต้องบริจาคโดยวิธีการสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงิน หรือเช็คขีดคร่อมด้วยตนเองในวันนี้(14 มี.ค.) เวลา 09.30 น. โดยเบื้องต้นมีผู้เข้าข่ายถูกแจ้งข้อหาจำนวน 48 คน รวมถึงนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้รับทราบข้อหาไปแล้ว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เป็นรายที่ 2 ที่เรียกรับทราบข้อกล่าวหา ส่วนอีก 46 คนที่เหลือต้องรอปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 20 เม.ย. ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าคดีดังกล่าวไม่ใช่การเป็นอาชญากรร้ายแรงแต่เมื่อมีข้อกฎหมายกำหนดชัดก็ต้องทำให้ถูกต้อง เพื่อให้มีที่มาที่ไป เรื่องนี้อาจเป็นความผิดที่เรียกว่าด้านเทคนิค โดยตนขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งม.ร.ว.สุขุมพันธุ์

“การหักบัญชีเงินเดือนเข้าพรรคครั้งนี้ดีเอสไอเห็นวาสไม่ถูกต้องและสมควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้พิสูจน์ถูกผิดโดยศาล การด่วนตัดสินเป็นการตัดตอนยุติธรรม ดีเอสไอไม่ได้หาเรื่องใคร แต่เมื่อมีการร้องเรียนก็ต้องทำหน้าที่ เพื่อส่งอัยการตรวจสอบถ่วงดุลชี้ผิดถูก หากไม่ผิดก็ให้ยุติเรื่องไป” นายธาริต กล่าว

พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กล่าวว่า บุคคลที่เข้าข่ายต้องเรียกเข้าแจ้งข้อหาในคดีดังกล่าวส่วนใหญ่คือส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนี้ได้รวมถึงนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ด้วย อย่างไรก็ตาม นอกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้วยังพบว่าพรรคภูมิใจไทยก็ใช้วิธีหักเงินเดือนส.ส.เข้าพรรคเช่นกัน แต่ไม่เข้าข่ายเป็นความผิดพ.ร.บ.พรรคการเมือง เพราะเป็นการหักเงินไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับโทษในกรณีดังกล่าวมีตั้งแต่จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่น้อยกว่า 3 เท่าของจำนวนเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ที่ให้แก่พรรคการเมืองหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปีด้วย