6 กลุ่มจาก 11 กลุ่มเมินร่วมถก"นิรโทษกรรม"วันนี้ ตามคำเชิญ "เจริญ จรรย์โกมล" ขณะที่เพื่อไทยหนุนเดินหน้าต่อ ลั่นใครไม่มา ไม่เป็นปัญหา
พรรคเพื่อไทยสนับสนุนแนวทางที่นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหนังสือเชิญให้กลุ่มต่างๆ รวม 11 กลุ่ม เข้าร่วมหารือเรื่องการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่างกฎหมายปรองดอง ในเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มี.ค.2556 ที่รัฐสภา ถึงแม้หลายกลุ่มจะตอบปฏิเสธการเข้าร่วมหารือ แต่การหารือดังกล่าวยังคงเดินหน้าต่อ
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รองประธานสภาเชิญตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ หารือเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมและกฎหมายปรองดองในวันที่ 11 มี.ค.ว่า การหารือดังกล่าวจะเป็นไปตามกำหนดเดิม แม้ว่าจะมีการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันเดียวกันก็ตาม โดยตนและนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองประธานสภา ได้รับมอบจากพรรคเพื่อไทยให้เป็นตัวแทนไปหารือที่รัฐสภา แต่ไม่ได้กำหนดกรอบหรือประเด็นที่จะนำไปเสนอ ขอเป็นการไปรับฟังความเห็นความรู้สึกจากฝ่ายต่างๆ เสียก่อน เพราะพรรคไม่ใช่เจ้าภาพ
ส่วนที่อาจมีบางกลุ่มรวมทั้งฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมการหารือนั้น นายอุดมเดช กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ ทุกคนสามารถเห็นต่างได้ ใครไม่มาก็ไม่เป็นปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ตัวแทน 11 กลุ่มที่นายเจริญทำหนังสือเชิญเข้าร่วมหารือ ได้แก่ 1.รัฐบาลพรรคเพื่อไทย 2.พรรคประชาธิปัตย์ 3.กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 4.กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) 5.นางนิชา ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ตัวแทนผู้สูญเสีย 6.คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) 7.กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม 8.กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม 9.ทหาร 10.พรรคภูมิใจไทย และ 11.กลุ่มเสื้อหลากสี แต่ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตรฯ นางนิชา คอป.องค์การพิทักษ์สยาม และกลุ่มเสื้อหลากสี ได้ปฏิเสธไม่ร่วมหารือด้วย
ปชป.จี้นายกฯหยุดร่างพ.ร.บ.นิรโทษ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ระบุว่า ปชป.ยังยืนยันจุดยืนเดิมคือ เห็นว่ายังไม่เหตุผลเพียงพอในการร่วมหารือวันที่ 11 มี.ค.นี้ และยังเห็นว่า สิ่งที่นายเจริญกำลังดำเนินการทำอยู่นั้น จะไม่ส่งผลให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นได้ หากนายเจริญอยากให้เรื่องดังกล่าวมีผลที่แท้จริงคงต้องหารือร่วมกับรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ให้หยุดความคิดและมาแลกเปลี่ยนความคิดด้วยเหตุด้วยผล เพราะการหารือในขณะนี้ไม่ส่งผลอะไรสำหรับรัฐบาล ที่จะมุ่งใช้ข้ออ้างคำว่าปรองดองมาผลักดัน เพื่อการล้างผิดให้แกนนำ โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
การนิรโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล เพราะความผิดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดต่อรัฐ ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงความชัดเจน ซึ่งได้เรียกร้องมาตลอดว่า หากมีการผลักดัน พ.ร.บ. นิรโทษกรรมน่าจะเกิดความขัดแย้งมากกว่าความปรองดองในสังคม ดังนั้นรัฐบาลในฐานะผู้ที่รักษาความสงบในบ้านเมือง ควรแสดงจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมือง โดยการสั่งระงับเรื่องนิรโทษกรรมทันที แต่ถ้ารัฐบาลระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของ ส.ส. รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ปัญหาต่างๆ ก็คงไม่จบสิ้น
"หากนายกรัฐมนตรี ประธานสภา และรองประธานสภา มีความตั้งใจที่จะไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น ก็ต้องสั่งระงับการนิรโทษทันที เพื่อหาแนวทางพูดคุยให้ทุกฝ่ายยอมรับซึ่งกันและกัน แต่หากมีการพยายามเลื่อน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขึ้นมาพิจารณาก่อน ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องคัดค้าน"
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. แถลงว่า การปรองดองจะสำเร็จได้ต้องอยู่บนพื้นฐานเห็นพ้องต้องกัน ไม่นำไปสู่ปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาให้บ้านเมืองเราอีก "การดำเนินการของรัฐบาลและ 42 ส.ส.เสื้อแดงล้วนเป็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ โดยเหตุผลแรก การมี ส.ส.แกนนำเสื้อแดง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในขณะที่นายเจริญ ก็ออกมาเคลื่อนไหวด้วยกลยุทธ์แยกกันเดิน ร่วมกันตี จริงๆ ควรคุยกันก่อนค่อยเดินออกมาพร้อมกันถือว่ามีความจริงใจ แต่คนพรรคเดียวกันออกมีการเสนอไปคนละทาง ทำให้เห็นว่าทำอย่างไรก็เพื่อล้างผิดให้คนบางคนเท่านั้น"
พธม.ขู่ปลุกม็อบต้านร่างก.ม.เพื่อไทย
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯยืนยันอีกครั้งว่า ในส่วนของกลุ่มพันธมิตรฯจะไม่เข้าร่วม เนื่องจากเงื่อนไขที่เคยให้ไว้ไม่เป็นไปตามที่ตกลง ทั้งการไม่มีตัวแทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่จะนำไปสู่ความปรองดองเข้าร่วมประชุมทุกกลุ่ม ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยได้ให้ 42 ส.ส.เดินหน้ายื่นเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว ซึ่งทำให้เกิดความหวาดระแวงและแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ หากนายเจริญตั้งใจที่จะหาหนทางปรองดองจริง ควรไปพูดคุยกันกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ยุติการเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนิรโทษกรรมและการปรองดอง และให้ถอนกฎหมายทั้งหมดที่คาไว้ในสภาออกทั้งหมดด้วย และยืนยันว่า หากมีนำกฎหมายนิรโทษกรรมหรือปรองดองเข้าสู่การพิจารณาในสภา กลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะชุมนุมต่อต้านจนถึงที่สุด และจะทำทุกทางเพื่อไม่ให้มีการพิจารณากฎหมายดังกล่าวได้
"เสื้อหลากสี" เมินถกนิรโทษ11มี.ค.
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน (กลุ่มเสื้อหลากสี) ยอมรับว่า ได้รับคำเชิญจากนายเจริญ แต่ขอปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการหารือ ทั้งนี้ เห็นว่าไม่สมควรที่จะให้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในขณะนี้ ควรจะเร่งรัดกระบวนการยุติธรรม จากนั้นเมื่อมีคำพิพากษาของศาลแล้ว มีชื่อใครได้รับโทษบ้าง จึงค่อยมาพูดถึงการนิรโทษจะดีกว่า ซึ่งขณะนี้กระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินอยู่ และยังไม่เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กลุ่มเสื้อหลากสีมิได้ปฏิเสธความปรองดอง แต่ต้องการให้เกิดความยุติธรรมและความสงบสันติยั่งยืนในอนาคต
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า กรณีที่นายเจริญ นัดหลายฝ่ายหารือคงล้มเหลวเหมือนที่ผ่านๆ มา เพราะสังคมไม่ไว้วางใจให้ผู้มีส่วนได้เสีย มาเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินกว่าจะคุยกันในวงแคบๆ ถ้าเริ่มต้นนิรโทษหรือปรองดองด้วยการเมืองที่ล้มเหลวและไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแบบนี้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายได้ ยิ่งในรัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองที่มีส่วนได้เสียในเรื่องนี้แล้ว ยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ครั้งนี้ก็เช่นกัน พรรคเพื่อไทยก็ทำปืนลั่นตั้งแต่ไก่โห่ เพราะส่งสัญญาณให้ ส.ส.ของพรรค 42 คน เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไปดักรอไว้ในสภาก่อนแล้ว รวมกับร่าง พ.ร.บ.ปรองดองล้างผิดทักษิณ ที่ยังค้างอยู่ในสภาตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็น 2 ฉบับ และเชื่อว่า ถ้าผลการพูดคุยเสนอให้สภาออกกฎหมายนิรโทษกรรม ก็เป็นไปได้สูงที่สภาจะเอา 2 ร่างนี้ ไปยำรวมกับร่างใหม่ที่อาจมีคนกลางไปร่างมา จนสุดท้ายก็กลายเป็นนิรโทษกรรมล้างผิดให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายไปในที่สุด
กองทัพพร้อมหารือรับฟังความเห็น
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพบก จากคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ถือว่าได้ตอบรับกรณีดังกล่าวด้วยวาจาแล้ว โดยจะมีการเชิญทหารทุกส่วน ทั้งกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศด้วย หนังสือเชิญเข้าร่วมไม่ใช่ส่วนสำคัญ เพราะ ผบ.ทบ.ได้แจ้งความประสงค์แล้วว่า ถ้ามีการเชิญมาก็พร้อมตอบรับ หนังสือเชิญจะส่งตามมาทีหลังก็ได้ ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่ากองทัพบกจะมอบหมายให้ใครไปเป็นตัวแทน เพราะยังไม่ได้มีการพิจารณาตัวบุคคล
ส่วนจุดยืนของกองทัพบกในเรื่องดังกล่าวนั้น จะต้องมีการหารือร่วมกันในที่ประชุมกองทัพบกก่อน ทาง ผบ.ทบ.คิดว่าการพูดคุยร่วมกันนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่เพื่อรับรู้ความคิดของแต่ละฝ่าย





