วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทบ.ย้ำดับไฟใต้ รัฐต้องไม่ขัดแย้งกัน

"ประยุทธ์"ยินดี"สะแปอิง บาซอ -มะแซ อุเซ็ง" ถกสมช.ดับไฟใต้ ยันรัฐไม่ขัดแย้งกันเอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการหารือร่วมกับกลุ่มบีอาร์เอ็นรอบ2 ว่า เรื่องนี้ต้องถามพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพราะสมช. และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) ทำหน้าที่ในการแสวงหากลุ่มที่มีความขัดแย้ง ส่วนกรณีที่นายสะแปอิง บาซอ และนายมะแซ อุเซ็ง แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นจะร่วมพูดคุยด้วยนั้น ถ้ามาได้ก็มา ไม่มีปัญหาอะไร ขอให้เข้ามาหารือกัน ตนในฐานะที่เป็นรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะติดตามสถานการณ์และให้ข้อเสนอแนะต่างๆว่า ต้องระมัดระวังอะไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ทราบทั้ง2คนพยายามเข้ามาช่วยและเข้ามามีส่วนร่วม แต่ครั้งที่แล้วแจ้งมาว่าไม่สบาย ถ้าครั้งนี้หายดีเขาคงมา ทั้งนี้อาจจะต้องกำหนดระยะเวลาว่า จะใช้เวลาเท่าใด และพื้นที่ไหนที่ควรยุติความรุนแรงให้ได้ หากยังยุติความรุนแรงไม่ได้ เขาจะไปพุดคุยกับผู้ปฎิบัติให้มากขึ้น เนื่องจากมีหลายกลุ่ม ทุกคนต้องเข้าใจว่าเราพยายามรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

"แนวทางทุกอย่างคณะทำงานได้กำหนดไว้แล้วว่า ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ คงเป็นเรื่องการกำหนดกรอบการพูดคุยโดยผ่านตัวแทน แต่อย่าใช้คำว่า เจรจา ขณะนี้เข้าใจว่า กลุ่มที่เข้ามาพูดคุย คือ ตัวแทนที่จะไปพูดคุยกับคนที่สร้างความรุนแรง ต้องดูผลว่าสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จก็ไปหาวิธีอื่น อย่างไรก็ตามเรามีวิธีการหลักคือการบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม การสร้างความเข้าใจ การพัฒนา รวมถึงการแสวงหาทางออกท่ามกลางความขัดแย้ง ปัจจุบันการสื่อสารที่ไร้พรมแดน การที่เราพูดอะไรไปในบางครั้งนั้นมันไปทั่วโลก ต้องระมัดระวังไม่ให้คนอื่นเข้ามาวุ่นวายในประเทศของเรา และสื่อต้องระวังการนำเสนอข่าว เพราะหากเขาเห็นว่าเราแก้ไขปัญหาไม่ได้ เขาจะเข้ามาช่วย ทุกวันนี้ผมมองว่า เป็นการแก้ไขปัญหาภายในอยู่ การมีความร่วมมือกับต่างประเทศถือเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่เราได้จากประเทศเพื่อนบ้าน คือ การไม่ให้เป็นแหล่งซ่อนตัวของผู้ก่อเหตุ ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงและการไม่แบ่งแยกดินแดน" ผบ.ทบ.กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราพยายามสร้างความเข้าใจ อย่าบอกว่า อะไรถูกหรือผิด ซ้ายหรือขวา แต่ต้องใช้หลักการ พร้อมทั้งเสนอแนะข้อสังเกตและข้อพิจารณา ทั้งนี้การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนเพียงคนเดียว ต้องมองว่าประเทศชาติอยู่ด้วยระบบบริหารราชการแผ่นดิน เราขัดแย้งกันเองไม่ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อชาติต้องช่วยกัน ท้ายที่สุดต้องมีคำตอบออกมาว่า จะไปอย่างไรกันต่อ วันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าพอใจ เพราะนอกจากการบังคับใช้กฎหมาย เรายังมีการพูดคุยเพิ่มขึ้น ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ก็ว่าไปตามขั้นตอนทีละขั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่สมช.เตรียมใช้พ.รบ.ความมั่นคงแทนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 5อำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถือเป็นแนวทาง ซึ่งเราได้เตรียมการเพื่อกำหนดขั้นตอนและระยะเวลายุทธศาสตร์ที่เราต้องเดิน ซึ่งการลดพื้นที่ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถทำได้ โดยฝ่ายความมั่นคงเสนอว่า 1 .จะต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความสบายใจในการทำหน้าที่โดยถูกต้อง ไม่ไปละเมิดสิทธิ หาหลักฐานให้ได้โดยเร็ว ซึ่งเราต้องค่อยๆแก้ไข ไม่อยากให้คิดว่า ใช้กฎหมายดังกล่าวแล้วจะแรงไป อย่ามองว่ากฎหมายไม่ดี เพราะเราต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นกฎหมายที่ให้โอกาสเจ้าหน้าที่ในการทำงาน แต่ประเด็นสำคัญคือม. 21 ของพ.ร.บ.ความมั่นคงที่เปิดโอกาสให้คนออกมามอบตัว แต่ถ้าเป็นคดีที่มีความรุนแรงก็ไม่เข้าข่ายต้องไปต่อสู้กันในกระบวนการยุติธรรม ตนพยายามย้ำกับกองทัพภาคที่4 ว่า อย่าบอกว่าม.21 แก้ได้ทุกคน ทุกเรื่องและทุกปัญหา เพราะยังมีกฎหมายอาญาที่สูงกว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง