"กิตติรัตน์"ระบุนำร่างพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้านเข้าสภาก่อนเม.ย. ยันกู้จากสภาพคล่องในประเทศ ภาระหนี้ต่องบฯไม่เกิน15%
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวในรายการ"รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน"ว่ายุทธศาสตร์ประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม จะมีการลงทุนเครือข่ายระบบราง น้ำ โดยมีแนวทางอนุมัติจัดร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เข้าคระรัฐมนตรี จากนั้นจะนำเสนอสภาให้ได้ในสมัยประชุมนี้ก่อนเดือนเม.ย.นี้
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ตัวเลขการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มีการพิจารณากันแล้วจะยังสามารถรักษาวินัยการคลังได้ โดยที่หนี้ต่อภาระงบประมาณ ยังไม่เกิน 15% ทำให้สามารถชำระเงินต้นได้ โดยการกู้เงินครั้งนี้จะกู้จากที่เรามีสภาพคล่องภายในประเทศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ดูแลเม็ดเงินจำนวนนี้อยู่ ในการที่จะกู้เป็นเงินสกุลบาท และพยายามกู้จากต่างประเทศให้น้อยที่สุด และโครงการพร้อมที่จะดำเนินการระหว่างรัฐบาลกับเอกชน
"กำหนดหนี้สาธารณะต้องไม่เกิน 60%ของจีดีพี วันนี้หนี้สาธารณะอยู่ที่ 43%ของจีดีพี และ 8%ต่องบประมาณ ซึ่งถือว่ายังไม่เป็นภาระ"นายกิตติรัตน์ กล่าว
ด้านนายชัชชาติ สุทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การลงทุนโครงข่ายคมนาคมในช่วง 15 ปีที่ผ่านมามีการลงทุนน้อยมาก ตัวชี้วัดบ่บอกว่าต้องไม่น้อยกว่า 25% ปี 2539 และปี 2540 มีการลงทุนด้านนี้ประมาณ 30% ดูแล้วมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน้อยมาก ประเทศเพื่อนบ้านสูงกว่าไทยมีการลงทุนอยู่ที่ 29% และแรงกิ้งของโลกอยู่ที่ 49% ดังนั้น 10 ปีถ้าหากไม่มีการลงทุนโครงการพื้นฐานก็จะถอยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้น จึงคิดกันว่าลงทุนครั้งใหญ่พลิกโฉมดีกว่า โดยโครงการนี้กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทจะใช้สำหรับลงทุนโครงการ 7 ปี
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่าตัวเลขต้นทุนโลจิสติกส์ มีการจัดการลงทุน 7 ปีอยู่ที่ 15.2% ของจีดีพี ถ้ามีจีดีพีขยายตัวมากก็จะลดต้นทุนการขนส่งได้มาก ปัจจุบันใช้ต้นทุนพลังงานมากปีละ 7 แสนล้านบาท ถ้ามีการสร้างระบบราง น้ำ จะประหยัดได้ปีละ 1 แสนล้านบาท และถ้าลดลงได้ในส่วนนี้จะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นทันที อย่างการเดินทางขนส่ง ที่ต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมง ลดลงมาเหลือ1ชั่วโมงครั้ง ทำให้ลดต้นทุนส่วนนี้ได้มาก





